thansettakij
SET พุ่ง 50 จุดรับรัฐบาลใหม่ 'เอกนิติ' ลั่นไม่ประชานิยม-รื้อภาษีปันผลปลุกเชื่อมั่นโลก

SET พุ่ง 50 จุดรับรัฐบาลใหม่ 'เอกนิติ' ลั่นไม่ประชานิยม-รื้อภาษีปันผลปลุกเชื่อมั่นโลก

09 ก.พ. 2569 | 09:51 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 2569 | 09:51 น.

ตลาดหุ้นไทยคึกคักรับผลการเลือกตั้งปี 69 ดัชนีทะยานปิดเช้าเฉียด 1,400 จุด วอลุ่มแน่นทะลุ 6.6 หมื่นล้าน "เอกนิติ" ย้ำรัฐบาลใหม่ "เสียงมั่นคง-ไร้เงาประชานิยม" ชูวินัยการคลัง พร้อมเดินหน้ามาตรการ "TISA"

ตลาดหุ้นไทยเช้านี้บวกแรงตอบรับผลการเลือกตั้งมีความชัดเจน และแนวโน้มรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพสูง ส่งผลให้เช้านี้หุ้นปรับตัวขึ้นทั้งกระดาน โดยเฉพาะหุ้นที่คาดว่า จะได้รับอานิสงส์จากนโยบายรัฐบาลชุดใหม่

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดเช้าวันนี้ที่ 1,398.96 จุด เพิ่มขึ้น 44.95 จุด (+3.32%) มูลค่าซื้อขายราว 66,818 ล้านบาท การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีพุ่งขึ้นแรง โดยทำจุดสูงสุด 1,403.96 จุด และจุดต่ำสุด 1,384.61 จุด 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงปรากฏการณ์ดัชนีพุ่งแรงกว่า 50 จุดว่า เป็นเครื่องสะท้อนการตอบรับของภาคธุรกิจต่อนโยบายที่เน้นความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการย้ำจุดยืนว่า "จะไม่ทำนโยบายประชานิยม"

SET พุ่ง 50 จุดรับรัฐบาลใหม่ 'เอกนิติ' ลั่นไม่ประชานิยม-รื้อภาษีปันผลปลุกเชื่อมั่นโลก

ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agencies) และรักษาฐานวินัยการเงินการคลังของประเทศ

นายเอกนิติกล่าวว่า การทำประชานิยมคือ การก่อหนี้ให้ลูกหลาน เราเน้นการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบวินัยการคลัง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในระยะสั้นและปรับโครงสร้างเพื่อการเติบโตในระยะยาว 

"การที่รัฐบาลมีเสียงมั่นคงจะช่วยให้กระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินและงบประมาณทำได้รวดเร็วขึ้น" นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติระบุว่า ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลมีกระบวนการทำงานเกี่ยวกับตลาดทุนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์ถึง 99% แต่ติดช่วงยุบสภาเสียก่อน ซึ่งหลังจากนี้จะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นตลาดทุนที่เหลืออีก 1% ให้เสร็จสิ้นทันทีคือการสร้าง "บัญชีเพื่อการลงทุนระดับบุคคล" (Thailand Individual Savings Account - TISA)

ทั้งนี้ TISA จะเป็นช่องทางลงทุนหุ้นที่ปลอดภัยโดยตรง เพื่อให้ประชาชนมีอิสระทางการเงินและไม่ต้องรับความเสี่ยงจากการขาดทุนในกองทุนรูปแบบเดิม (LTF/SSF) โดยสามารถลดหย่อนภาษีสำหรับเงินปันผล 200,000 บาทแรก เพื่อจูงใจให้เม็ดเงินออมไหลเข้าสู่ตลาดทุนและลดภาระทางภาษีให้กับนักลงทุนรายย่อย

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า การเดินหน้าโครงการบัญชีออมเพื่อการลงทุนระยะยาว (TISA) นั้น เหลือเพียง 10% เท่านั้น ที่เป็นส่วนเห็นต่าง แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หลักการเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการส่งเสริมการออมระยะยาว และเป็นทางเลือกผู้ที่จะออม โดย 10% ที่เหลืออยู่นั้น จะต้องไปปรับหลักเกณฑ์ให้ได้รับการยอมรับสำหรับทุกฝ่าย