thansettakij
‘อัครุตม์’ อธิบดีธนารักษ์ กางแผนปี 69 จ่อขึ้นค่าเช่า-เปิดประมูลที่

‘อัครุตม์’ อธิบดีธนารักษ์ กางแผนปี 69 จ่อขึ้นค่าเช่า-เปิดประมูลที่

07 ก.พ. 2569 | 07:02 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.พ. 2569 | 07:19 น.

‘อัครุตม์ สนธยานนท์’ อธิบดีกรมธนารักษ์ กางแผนปี 69 ลุยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินแผ่นดิน จ่อขึ้นค่าเช่า-เปิดประมูลที่ ปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ คาดจัดรายได้ปีนี้ทะลุเป้า 20%

KEY

POINTS

  • กรมธนารักษ์มีแผนศึกษาเพื่อปรับขึ้นอัตราค่าเช่าที่ราชพัสดุ
  • เตรียมเปิดประมูลที่ดินราชพัสดุที่มีศักยภาพสูงหลายแปลงให้เอกชนเช่าในระยะยาว 30 ปี 
  • จะมีการประกาศราคาประเมินที่ดินรอบใหม่สำหรับปี 2570-2573 ในเดือนธันวาคม 2569 
  • มั่นใจว่าการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2569 จะสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 11,900 ล้านบาท ไม่ต่ำกว่า 20%

กรมธนารักษ์ภายใต้การนำของนายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีคนปัจจุบัน ประกาศเดินหน้าภารกิจสำคัญในปีงบประมาณ 2569 ผ่านการ “เพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน” อย่างเป็นระบบ ผ่านยุทธศาสตร์ “VALUE” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน 

มั่นใจปีงบ 2569 จัดเก็บรายได้โตเกินเป้า 20%

ในปีงบประมาณ 2569 กรมได้รับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ 11,900 ล้านบาท โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณดังกล่าว สามารถจัดเก็บรายได้แล้วถึง 8,059 ล้านบาท หรือคิดเป็นมากกว่า 80% ของเป้าหมายทั้งปี ส่งผลให้กรมธนารักษ์มีความมั่นใจว่า เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายน จะสามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 20%

บริหารที่ราชพัสดุ 12 ล้านไร่ ศึกษาปรับเพิ่มค่าเช่าที่

ปัจจุบันกรมธนารักษ์ดูแลที่ราชพัสดุรวมประมาณ 12 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่เพื่อความมั่นคงราว 2 ล้านไร่ และพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการประมาณ 10 ล้านไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่กว่า 9.6 ล้านไร่ ถูกใช้เพื่อประโยชน์ในราชการ ขณะที่พื้นที่ที่สามารถนำมาสร้างรายได้จริงมีเพียง 1.13 ล้านไร่

หนึ่งในแนวนโยบายสำคัญ คือการศึกษาแนวทาง ปรับอัตราค่าเช่าที่อยู่อาศัยและที่ดินเพื่อการเกษตร ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน หลังจากไม่ได้มีการปรับปรุงมาตั้งแต่ปี 2560 โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มบังคับใช้ได้ในปี 2570

“ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเริ่มศึกษาความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการพิจารณาร่วมกับนโยบายของรัฐบาลด้วย ส่วนที่ราชพัสดุในเชิงพาณิชย์ กรมฯ ไม่มีความกังวล เนื่องจากมีกลไกที่ชัดเจนอยู่แล้ว เราปรับเพิ่มค่าเช่าในอัตราร้อยละทุก 3 ปี ส่วนผู้เช่ารายใหม่จะถูกคำนวณค่าเช่าตามสัดส่วนร้อยละของมูลค่าราคาประเมินที่ดิน ซึ่งถือว่าสะท้อนมูลค่าตลาดและมีความเป็นธรรมต่อรัฐอยู่แล้ว”

ขณะเดียวกัน กรมธนารักษ์ยังเร่งขับเคลื่อน โครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุ โดยตั้งเป้าเปลี่ยนสถานะผู้บุกรุกกว่า 24,000 ราย ให้เข้าสู่ระบบการเช่าที่ถูกต้องตามกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในปี 2573 ซึ่งจะช่วยลดข้อพิพาทด้านที่ดิน และสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยของประชาชน

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์

 

เปิดประมูลที่ดินศักยภาพสูง สร้างรายได้ระยะยาว 30 ปี

ในด้านการลงทุน กรมธนารักษ์เตรียมเปิดประมูลที่ดินศักยภาพสูง (High-Potential Assets) หลายแปลง เพื่อให้เอกชนเข้ามาเช่าพัฒนาในระยะยาว 30 ปี อาทิ

ที่ดินบริเวณ โรงพยาบาลยาสูบเก่า พื้นที่กว่า 5 ไร่ ซึ่งมีมูลค่าตามราคาประเมิน 1,232 ล้านบาท โดยกำหนดค่าธรรมเนียมแรกเข้าเริ่มต้นที่ 384 ล้านบาท
ที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตคลองสาน พื้นที่ 4 ไร่ ตรงข้ามโครงการไอคอนสยาม กำหนดค่าแรกเข้า 90 ล้านบาท เตรียมเปิดประมูลในเดือนมีนาคมนี้
รวมถึงที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้สะพานพระราม 8 พื้นที่กว่า 2 ไร่ กำหนดค่าแรกเข้า 45 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังเตรียมเปิดประมูล อสังหาริมทรัพย์จากการยึดทรัพย์ ผ่านระบบออนไลน์ในเดือนมีนาคมนี้ รวมกว่า 41 รายการ เช่น อาคารสำนักงานย่านลาดพร้าว 71 มูลค่ากว่า 54 ล้านบาท เพื่อเพิ่มช่องทางการขายและขยายฐานผู้เข้าร่วมประมูล

ปฏิรูปราคาประเมินใหม่ สะท้อนราคาตลาดมากขึ้น

โดยนายอัครุตม์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์เตรียมประกาศ ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ปี 2570–2573 ในเดือนธันวาคม 2569 โดยมีนโยบายปรับให้ราคาประเมิน ต่ำกว่าราคาตลาดไม่เกิน 20% จากเดิมที่ต่ำกว่าถึง 30–40% เพื่อให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน สนับสนุนการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนการคลังระยะปานกลาง

ควบคู่กันนี้ กรมฯ เดินหน้า Digital Transformation พัฒนาระบบข้อมูลแบบ Single Source เพื่อรวบรวมข้อมูลแปลงที่ดินและรายได้ไว้ในที่เดียว พร้อมเปิดบริการให้ประชาชนสามารถขอ ใบรับรองราคาประเมินออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ฟรีช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

กระจายอำนาจ-ยกระดับองค์กร เพิ่มความคล่องตัว

ในเชิงโครงสร้างองค์กร กรมธนารักษ์เตรียม กระจายอำนาจ ให้ธนารักษ์พื้นที่ทั้ง 9 ภาค สามารถอนุมัติการใช้ที่ราชพัสดุได้สูงสุด 25 ไร่ จากเดิมที่อนุมัติได้เพียง 1 ไร่ เพื่อเร่งรัดกระบวนการตัดสินใจและลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าแนวคิด Landlord Sharing ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข นำที่ดินของหน่วยงานมาเปิดให้เอกชนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น อาคารจอดรถ โดยกรมธนารักษ์ได้รับค่าเช่า และหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการใช้งาน

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังมีแผน แลกเปลี่ยนที่ดิน (Swap) กับธนาคารกรุงไทย เพื่อพัฒนาอาคารสำนักงานแห่งใหม่ รองรับการใช้งานของกรมธนารักษ์และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บนที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยออกแบบให้เป็นอาคารสีเขียว (Green Building) และอาคารคาร์บอนต่ำ สอดรับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนของภาครัฐ