

KEY
POINTS
นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ช่วง 2 เดือนปี 2568 ที่ผ่านมา เริ่มเห็นโรงงานในกลุ่มการผลิต เช่นอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ ปิดตัวเพิ่มขึ้น
โดยเริ่มเห็นการปิดโรงงานในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่มีทุนจดทะเบียนเกิน 100 ล้านบาท จากเดิมการปิดโรงงานส่วนใหญ่จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 2 ล้านบาท
ทั้งนี้ สอดคล้องกับชั่วโมงการทำงานในอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ซึ่งต่ำกว่าในอดีตที่มีชั่วโมงการทำงานเกิน 40ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยพบว่าชั่วโมงการทำงานปัจจุบันปรับลดลง 11%
ส่วนการปิดโรงงานปัจจุบันแม้จะอยู่ระดับทรงตัว แต่ยอดการปิดโรงงานสะสมยังอยู่ระดับสูง
โดยนับตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบัน พบว่าปิดโรงงานไปแล้วทั้งหมดเกือบ 5,000 แห่ง
อย่างไรก็ดี ตลอดปี 2568 มีโรงงานเปิดใหม่ 1,220 แห่ง ลดลงถึง 42% จากปีก่อน ขณะที่มีโรงงานปิดตัว 786 แห่ง ส่งผลให้จำนวนโรงงานเปิด–ปิดสุทธิเหลือเพียง 434 แห่ง
ในด้านการลงทุน โรงงานที่เปิดใหม่มีเงินลงทุนจดทะเบียนเฉลี่ย 133 ล้านบาทต่อแห่ง สูงกว่าโรงงานที่ปิดตัวซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 49 ล้านบาท สะท้อนว่าผู้ประกอบการรายใหม่ยังเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเงินทุน ขณะที่รายขนาดเล็กเผชิญแรงกดดันมากกว่า
ด้านการจ้างงาน ปี 2568 มีการจ้างงานใหม่ 39,046 คน แต่มีการเลิกจ้างสูงถึง 22,993 คน โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เปิดใหม่มากที่สุด ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สาธารณูปโภค และเหล็ก–โลหะ ขณะที่กลุ่มที่ปิดตัวสูงสุดคือ เหมืองแร่ อาหารและเครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมอโลหะ
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคการผลิตไทย ทั้งแรงกดดันจากต้นทุน ความผันผวนเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า ซึ่งจะเป็นโจทย์สำคัญที่ภาครัฐและภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวในปีถัดไป
สำหรับ 3 ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ได้แก่