thansettakij
รัฐ คุมเข้มโรงงาน ปล่อย'ฝุ่น PM2.5' เพื่อสุขภาพประชาชน

รัฐ คุมเข้มโรงงาน ปล่อย'ฝุ่น PM2.5' เพื่อสุขภาพประชาชน

27 ม.ค. 2569 | 04:12 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ม.ค. 2569 | 04:20 น.

รัฐ คุมเข้มโรงงาน ปล่อยฝุ่น PM2.5 เพื่อสุขภาพประชาชน ลดการปล่อยมลพิษอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าตรวจเชิงรุกทั่วประเทศ

KEY

POINTS

  • รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมเชิงรุก โดยเฉพาะโรงงานที่มีความเสี่ยงปล่อยมลพิษสูง เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
  • ผลักดันการยกระดับกฎหมายให้โรงงานติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษแบบอัตโนมัติ (CEMS) ที่ปล่องระบายเพื่อการเฝ้าระวังและติดตามผลแบบเรียลไทม์
  • เตรียมปรับปรุงค่ามาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากปล่องโรงงานให้เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะค่าฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  • เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนโรงงานที่ปล่อยมลพิษสูงผ่านสายด่วนและช่องทางออนไลน์

 

จากมาตรการที่รัฐบาลได้กำหนดและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล พัฒนากลไกในการป้องกัน ควบคุม และติดตามกำกับ ตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ทุกชนิดทั้งภาคเกษตรกรรม คมนาคม และอุตสาหกรรม ทุกหน่วยงานได้ดำเนินงานติดตาม กำกับอย่างเข้มงวดและจริงจัง

โดยในส่วนของภาคอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการทั้งมาตรการตรวจบังคับใช้กฎหมาย การสนับสนุนและส่งเสริม การยกระดับกฎหมาย การควบคุมฝุ่นละอองเข้มงวด และมาตรการการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีโรงงานหลายประเภทที่ระบายฝุ่นละอองออกสู่บรรยากาศและเป็นแหล่งปล่อย PM2.5 ที่สำคัญ

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ) เปิดเผยว่า มาตรการตรวจบังคับใช้กฎหมาย คพ. ได้เข้าตรวจสอบการระบายฝุ่นละอองจากปล่องโรงงานเพื่อเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น การตรวจโรงงานปูนซิเมนต์ และโรงงานปูนขาวในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ตรวจโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล พร้อมให้คำแนะนำ และทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ

เพื่อลดการปล่อยมลพิษอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าตรวจแนะนำครอบคลุมโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลรวม 58 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีแผนตรวจโรงงานเชิงรุก โดยในปี 2568/2569 มีการตรวจโรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 17 จังหวัดภาคเหนือ แล้วทั้งสิ้น 519 โรง และมีการสั่งการ 14 โรง

 

สุรินทร์ วรกิจธำรง

มาตรการสนับสนุนและส่งเสริม : รัฐบาลสนับสนุนและส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมใช้เชื้อเพลิงจากเศษวัสดุการเกษตร เช่น การส่งเสริมโรงไฟฟ้าใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจากเศษวัสดุทางการเกษตร โรงงานน้ำตาลรับซื้ออ้อยสดและใช้เชื้อเพลิงจากชานอ้อยเพื่อลดการเผา เป็นต้น

มาตรการยกระดับกฎหมาย : กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำร่างกฎหมายกำหนดให้โรงงานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดมลพิษแบบอัตโนมัติที่ปล่องระบายมลพิษ (CEMS): เพื่อเป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังมลพิษและติดตามตรวจสอบการระบายมลพิษทางอากาศจากปล่องแบบ Real time ซึ่งสามารถติดตามการระบายมลพิษทางอากาศจากปล่องโรงงานได้ตลอดเวลา

โดยบังคับใช้กับโรงงานที่มีการระบายมลพิษสูงทั่วประเทศ ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้โรงงาน 11 หน่วยการผลิต ต้องติดตั้ง CEMs ปัจจุบันมีโรงงานทั่วประเทศที่ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบและเชื่อมข้อมูลแล้ว 405 โรงงาน รวม 823 ปล่อง และจะเพิ่มโรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ อีก 148 ปล่อง โดยพารามิเตอร์พื้นฐานที่กำหนดให้มีการตรวจวัดได้แก่ ฝุ่นละอองรวม (TSP) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และ ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) เป็นต้น

มาตรการควบคุมฝุ่นละอองเข้มงวดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร : กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำร่างค่ามาตรฐานปล่องระบายหม้อน้ำและหม้อต้ม ซึ่งจะบังคับใช้กับโรงงานจำพวกที่ 3 ที่มีการใช้หม้อน้ำและหม้อต้มในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยกระดับค่ามาตรฐาน TSP SO2 และ NOx  ที่ระบายออกจากปล่องหม้อน้ำและหม้อต้มของโรงงานที่่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าฝุ่นละอองจากปล่องที่มีการใช้เชื้อเพลิงแข็งและเชื้อเพลิงเหลวจะปรับลดค่ามาตรฐานจากเดิมที่กำหนดไว้ 320 และ 240 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มก./ลบ.ม.) เป็น 90  มก./ลบ.ม.

ส่วนเชื้อเพลิงก๊าซปรับลดค่าจากเดิม 320 มก./ลบ.ม. เป็น 60 มก./ลบ.ม. เป็นต้น นอกจากนี้กรุงเทพมหานครมีแผนจะปรับปรุงมาตรฐานค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องให้เข้มงวดมากขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่ง คพ. ได้สนับสนุนพร้อมทั้งอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการตรวจวัดค่าความทึบแสงของเขม่าควันด้วยสายตาเพื่อใช้ตรวจวัดปล่องโรงงาน เตาเผา และแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ทั้ง 50 เขตเพื่อเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เข้มโรงงาน ปล่อยฝุ่น PM2.5

มาตการการมีส่วนร่วม : ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนโรงงานที่มีการระบายมลพิษสูงอันจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยแจ้งสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650 สายด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม 1564 รวมทั้งช่องทางออนไลน์ของกรุงเทพมหานครผ่านแอปพลิเคชันไลน์ Traffy Fondue และสายด่วนอื่นๆ เป็นต้น

 

นายสุรินทร์ กล่าวเน้นย้ำ รัฐบาลมีทั้งมาตรการส่งเสริม และการบังคับใช้กฎหมาย ในการควบคุมแหล่งกำเนิด ฝุ่น PM2.5 ทั้งภาคเกษตรกรรม คมนาคม และอุตสาหกรรม อย่างเท่าเทียม เพื่อมุ่งหวังในการป้องกันสุขภาพของประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งเศรษฐกิจและสังคมที่ดี ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น