บอร์ด ก.พ.ร. เคาะ 5 เกณฑ์ คุมทุจริตราชการ ‘1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา’

23 ม.ค. 2569 | 11:01 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ม.ค. 2569 | 11:12 น.

คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. เห็นชอบออก 5 หลักเกณฑ์ คุมทุจริตหน่วยงานราชการ ตั้ง ‘1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา’ ปีนี้ ก่อนขยายปี 70 ครอบคลุมจังหวัด รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการ ก.พ.ร. เห็นชอบโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” เพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตในหน่วยงานราชการ
  • กำหนดให้ทุกกรมคัดเลือกงานที่มีความเสี่ยงสูงมาพัฒนาให้โปร่งใส โดยใช้หลักเกณฑ์ 5 ประการในการพิจารณา
  • โครงการจะเริ่มที่ส่วนราชการระดับกรมในปี 2569 พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มกลางดิจิทัลเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบแนวทางปรับปรุงงานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต โดยให้หน่วยงานในระดับกรมทุกแห่งขับเคลื่อนโครงการ “One Agency One Integrity: 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” 

พร้อมทั้ง พิจารณาแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อให้บริการประชาชนในท้องถิ่น โดยให้กระจายรายได้ ค่าธรรมเนียมกลับคืนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและลดความเสี่ยงต่อการทุจริตอีกด้วย

ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอโครงการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” (One Agency One Integrity) เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2569 จะเน้นที่ส่วนราชการระดับกรม และระยะที่ 2 ในปี 2570 จะขยายไปยังจังหวัด รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานระดับกรมทุกหน่วยงานคัดเลือกงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการทุจริตมาพัฒนาให้มีความโปร่งใสมากขึ้น ตามหลักเกณฑ์ 5 ประการ ดังนี้

  1. เป็นงานที่มีผลกระทบสูงต่อเศรษฐกิจและสังคม
  2. มีผู้ใช้บริการหรือผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก 
  3. มีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูง
  4. มีการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการตัดสินใจ 
  5. เป็นงานที่มีการร้องเรียนจากประชาชน 

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้พิจารณาแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อให้บริการประชาชนในท้องถิ่นของ อปท. สำหรับกลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการทุจริตและมีประชาชนร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ดุลพินิจในการอนุมัติ อนุญาต และการบริหารจัดการรายได้ ประกอบด้วย

  • งานควบคุมอาคาร เช่น การขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร
  • งานที่ดินและสิ่งแวดล้อม เช่น การขุดดินและถมดิน
  • งานจัดเก็บรายได้ เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้าย และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ทั้งนี้ ก.พ.ร.จะขยายผลจากแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว มาเป็นระบบกลาง (Central Platform) และเริ่มใช้ในงานบริการที่มีจำนวนผู้ใช้บริการจำนวนมากก่อน เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นคำขอ ชำระเงิน และติดตามสถานะการดำเนินการได้สะดวก โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น 

โดยในภาพรวมการประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างความโปร่งใสในภาครัฐไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาการทุจริต แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐและประชาชน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดโอกาสในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมถึงพัฒนาการทำงานและการให้บริการของภาครัฐให้สะดวก โปร่งใส ตรวจสอบได้

น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ว่า การขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา นั้น หน่วยงานในระดับกรมในทุก ๆ กระทรวง ต้องไปวิเคราะห์ดูว่ากระบวนการทำงาน หรืองานบริการด้านใดของหน่วยงานที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดทุจริต ก็ให้ปรับวิธีการ และเสนอแนวทางการแก้ไข 

“ตั้งใจจะให้ทุกกรมต้องทำไว้สัก 1 เรื่อง และจะเสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการ โดย ก.พ.ร. หวังว่า จะทำให้เกิดความโปร่งใสอย่างน้อยในเรื่องที่สำคัญกับงานที่ให้บริการประชาชน” น.ส.อ้อนฟ้า กล่าว

สำหรับการแก้ไขปัญหาทุจริตส่วนหนึ่ง ก.พ.ร.อยู่ระหว่างการผลักดันเรื่อง Digital Government ตัวอย่างหนึ่งที่ทำคือ Opening Government โดยเปิดให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาตรวจสอบได้ เช่น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อให้เกิดการตรวจสอบกระบวนการทำงานของภาครัฐให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น