เครนถล่มสีคิ้ว-พระราม 2 ผู้ตรวจการแผ่นดินจี้หน่วยงานรัฐเร่งแก้ปัญหาความปลอดภัย

17 ม.ค. 2569 | 05:47 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ม.ค. 2569 | 05:48 น.

ผู้ตรวจการแผ่นดินแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เครนถล่มที่สีคิ้วและพระราม 2 ย้ำหน่วยงานรัฐต้องเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง

หลังเกิดเหตุการณ์เครนถล่มที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเครนที่ใช้ในโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถล่มลงบนถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรปราการ

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งทำให้สังคมไทยเกิดความสะเทือนใจ

นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกแถลงการณ์กรณีเกิดเหตุเครนที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 ณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 และเหตุเครนก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ร่วงลงบนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 

 

นายทรงศักกล่าวในแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซากในโครงการก่อสร้างของรัฐ โดยเฉพาะโครงการที่มีการทำงานบนที่สูง เช่น โครงการก่อสร้างทางหลวง และโครงการรถไฟความเร็วสูง พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะจากผู้ตรวจการแผ่นดิน

นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน

ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เน้นย้ำให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างที่มีการทำงานบนที่สูงอย่างเฉพาะเจาะจง 

รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการด้านวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัยเพื่อให้การควบคุมความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของโครงการเป็นไปอย่างรัดกุม

 

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้มีการพัฒนาระบบการตรวจสอบและขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาให้ครอบคลุมถึงผู้รับเหมาช่วงและผู้รับเหมาเฉพาะทาง เพื่อยกระดับมาตรการการควบคุมและกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพและป้องกันความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในอนาคต

นายทรงศักได้ย้ำว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุแล้ว หน่วยงานรัฐต้องนำข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินไปดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อหยุดวงจรการสูญเสียจากโครงการก่อสร้างของรัฐและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งขอส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่านฟื้นตัวและกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว 

เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เหตุเฉพาะหน้า แต่สะท้อนถึงช่องว่างด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของรัฐ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการทบทวน และปรับปรุงอย่างจริงจังและเร่งด่วน