ประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้ช่องทางรอดเศรษฐกิจไทยพ้นบ่วง "ประชานิยม" ที่สร้างภาระการคลัง เตือนหากไร้ระบบข้อมูลตรวจสอบความคุ้มค่า นโยบายแจกเงินจะเป็นเพียง "สารเสพติด" ที่ทับถมกลุ่มเปราะบาง
พร้อมเสนอโมเดลเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพื่อแก้ปมเศรษฐกิจนอกระบบ 48% และสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ให้ประเทศ
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดมุมมองต่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองในเวทีเสวนาเรื่อง “เขาแจก แต่เราจ่าย คิดใหม่เรื่องนโยบายพรรคการเมือง” จัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ)ว่า รากฐานที่สำคัญที่สุดในการปฏิรูปประเทศคือ การมีระบบข้อมูล (Data System) ที่ชัดเจน
เพราะหากปราศจากข้อมูล รัฐจะไม่สามารถวัดผลการดำเนินงาน ตรวจสอบความถูกต้อง หรือประเมินการใช้ทรัพยากรที่เหมาะสมได้เลย
การดำเนินนโยบายในปัจจุบันเปรียบเสมือนการให้ "สเตียรอยด์" หรือสารเสพติดแก่ประชาชน ซึ่งแม้จะดูเหมือนช่วยในระยะสั้นแต่กลับทำร้ายและทับถมกลุ่มคนเปราะบางในระยะยาว
นายผยงกล่าวว่า นโยบายประชานิยมที่ควรจะเป็นต้องเน้นการสร้างงาน สร้างรายได้ และมีความยั่งยืนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก โดยพบว่า 65% ของ GDP ถูกสร้างโดยผู้ประกอบการเพียง 1% เท่านั้น ขณะที่รายย่อยอีก 99% กลับถูกทิ้งไว้ข้างหลังและต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐอยู่ตลอดเวลา
หากดูนโยบายในส่วนของ “กลุ่มเปราะบาง” จะเห็นอาศัยนโยบาย การลดหนี้ การ Hair Cut หนี้ ลดดอกเบี้ย แต่หากถามว่า คนจ่ายคือใคร คือ คนชั้นกลาง (Middle Class) แต่หากเป็นประเทศที่ “เงินหมด” และใครจะมา “Hair Cut หนี้ให้” ซึ่งหากเกิด Shock หรือเกิดอะไรฉุกเฉินกับโลก เช่น Climate Change หรือ นโยบายภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs)
อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ฉุดรั้งประเทศคือ การมีเศรษฐกิจนอกระบบสูงถึง 48% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ส่งผลให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้แต่ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ก็ยังไม่สามารถนำมาคำนวณในสมการเศรษฐกิจได้อย่างครบถ้วน
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตที่ต่ำและขาดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (Growth Engine) มายาวนาน รัฐจึงควรเร่งสร้าง "สะพานเชื่อม" ข้อมูลระหว่างหน่วยงาน แทนการมุ่งเพียงแค่กวาดต้อนข้อมูลมาไว้ที่เดียว เนื่องจากติดขัดข้อจำกัดด้านกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการที่ทลายได้ยาก
โดยต้องมีการกำหนดมาตรฐานข้อมูล (Data Standardization) เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคการเมือง ข้าราชการประจำ เอกชน และนักวิชาการ สามารถนำข้อมูลมาประมวลผลผ่านการตั้งโจทย์ (Problem Statement) เพื่อหาทางออกให้ประเทศได้
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ในปัจจุบัน พบว่า ส่วนใหญ่ยังนำเสนอเพียง "หัวข้อประชาสัมพันธ์" (Topic sentence) หรือหลักการกว้างๆ แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดที่เป็นแผนปฏิบัติการ (Action Plan) หรือขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน