เปิดนโยบายภาคเกษตร พรรคไหนเข้าตา 12.3 ล้านเสียงพร้อมเทคะแนน

06 ม.ค. 2569 | 09:25 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ม.ค. 2569 | 09:25 น.

พรรคใหญ่-พรรคเล็กเดือด! แข่งเปิดนโยบายภาคเกษตรสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ชิงฐานเสียงใหญ่สุด 12.3 ล้านคน ดันเข้าวิน ตามไปดูนโยบายใครเข้าตา?

KEY

POINTS

  • พรรคการเมืองเสนอนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่แตกต่างกัน เช่น พรรคเพื่อไทยชูการพักหนี้ 3 ปี และพรรคประชาชนเสนอมาตรการลด/ปลดหนี้ตามเงื่อนไข
  • นโยบายประกันรายได้และราคาสินค้าเกษตรเป็นประเด็นหลัก โดยพรรคประชาธิปัตย์เน้นการประกันรายได้พืชเศรษฐกิจ ขณะที่พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าประกันกำไร 30%
  • การปฏิรูปที่ดินทำกินเป็นนโยบายร่วมของหลายพรรค โดยเฉพาะการผลักดันเปลี่ยนเอกสาร

นับถอยหลังสู่ศึกเลือกตั้งใหญ่ ปี 2569 หนึ่งในฐานเสียงใหญ่คือกลุ่มเกษตรกรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีประชากร 65,932,105 คน ในจำนวนนี้เป็น “เกษตรกรไทย” ที่มีจำนวนมากถึง 12.3 ล้านคน หรือคิดเป็น 18.66% ของประชากรทั้งประเทศ  ที่จะเป็นหนึ่งในตัวชี้ขาด ดังนั้นนโยบายภาคเกษตรของพรรคการเมืองที่ลงชิงชัยสู้ศึกเลือกตั้ง หากโดนใจและทำได้จริง มีโอกาสชนะเลือกตั้งสูง

เริ่มจาก “พรรคประชาชน”   ที่ทุกสำนักโพล คาดจะกวาดเสียงได้มากที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาล มีนโยบายภาคเกษตร ดังนี้

มีเรา มีโฉนด พิสูจน์สิทธิ์จบในรุ่นเราจบทุกปัญหาเรื่องที่ดิน มีเรา มีโฉนด คนอยู่ร่วมกับป่าได้ กระจายความเป็นธรรมด้านการถือครองที่ดิน

  • พิสูจน์สิทธิ์ที่ดินจบใน 4 ปี เพิ่มงบ เพิ่มบุคลากร ให้เพียงพอ ไม่ล่าช้า
  • แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน ดัน One Map ให้จบ บังคับใช้ได้จริง
  • ปรับเอกสารสิทธิ์ทุกประเภทเป็นโฉนดมาตรฐานเดียว (เปลี่ยน ส.ป.ก. และ ที่ดินนิคมฯ เป็นโฉนด)
  • จัดระเบียบที่ดินของรัฐและที่ดินสาธารณประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและให้ท้องถิ่นดูแล
  • ปลูกไม้ยืนต้น 1 ล้านไร่ เปลี่ยนที่ดินเสื่อมโทรมเป็นป่าเศรษฐกิจ รัฐช่วยปลดหนี้ ให้ทุนดูแล
  • เพิ่มป่าอนุรักษ์ ที่คนอยู่ร่วมกับป่าได้

เปิดนโยบายภาคเกษตร พรรคไหนเข้าตา 12.3 ล้านเสียงพร้อมเทคะแนน

คูปองเพื่อเกษตรกร

  • สนับสนุน 250 บาท/ไร่ สำหรับเกษตรกรที่ "ไม่เผา" วัสดุทางการเกษตร
  • สนับสนุน 500 บาท/ไร่ สำหรับเกษตรกรที่ "ไม่เผา" ควบคู่กับ "การใช้ปุ๋ยแม่นยำ"
  • สนับสนุน 1,000 บาท/ไร่ สำหรับเกษตรกรที่ "ไม่เผา" และ "พักดินเพื่อปลูกพืชปุ๋ยสด”ฃ
  • สนับสนุน 2,000 บาท/ไร่ สำหรับเกษตรกรที่ต้องการ “เปลี่ยนพืช” ให้เหมาะสมกับสภาพดิน (ไม่เกิน 20 ไร่/ราย)
  • สนับสนุน 500 บาท/ไร่ สำหรับเกษตรกรที่ปลูกข้าวแบบลดโลกร้อน (เช่น เปียกสลับแห้ง)

การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์และท่อนพันธุ์

  • เมล็ดพันธุ์ข้าว: เพิ่มปริมาณการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวอีก 200,000 ตัน
  • ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง: สนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังจำนวน 1,100,000 ไร่ เข้าถึงท่อนพันธุ์ต้านทานและพันธุ์ทนทานโรค
  • สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการขอรับรองมาตรฐานGAP/อินทรีย์ 5,000 บาทต่อราย
  •  สนับสนุนการตรวจรับรองมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์รายย่อย รายละ 5,000 บาท จำนวน 100,000 ราย

สนับสนุนคูปองการแปรรูปสินค้าเกษตรจากโรงงาน

  • ต้นแบบกลาง คูปองละ 50,000 บาท สำหรับเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย
  • สนับสนุนผู้ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรมืออาชีพ

มาตรการลด/ปลดหนี้สินของเกษตรกร

  • การลดและปลดหนี้สินสำหรับเกษตรกรอายุมากกว่า 70 ปี
  • กลุ่มที่ชำระปกติจนครอบคลุมเงินต้นเดิมแล้ว: ปลดหนี้ทันที
  • กลุ่มที่ชำระปกติแต่ยังไม่ครอบคลุมเงินต้น: ลดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง ปรับตารางชำระใหม่ให้จบภายใน 5 ปี
  • การปรับโครงสร้างหนี้สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสีย ใน 4 รูปแบบ:
  • การปรับเปลี่ยนการผลิตพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสม ลดหนี้เดิม 20% (ไม่เกิน 100,000 บาท/ราย)
  • การลงทุนในระบบน้ำในไร่นา (ขุดแหล่งน้ำ/ระบบ IoT/โซลาร์เซลล์) ลดหนี้เดิม 20% (ไม่เกิน 100,000 บาท/ราย)
  • การปลูกไม้ยืนต้นและไม้เศรษฐกิจ ลดหนี้ในอัตรา 30,000 บาท/ไร่ สนับสนุนงบดูแล 3,000 บาท/ไร่ในปีแรก และ 1,000 บาท/ไร่/ปี ในปีที่ 2-3
  • การเพิ่มแรงจูงใจสำหรับเกษตรกรที่ชำระหนี้ดีต่อเนื่อง โดยเลือกรับสิทธิได้ดังนี้:

       -คืนดอกเบี้ย (หรือลดดอกเบี้ย) 10% เพื่อใช้ปรับปรุงการผลิตปีถัดไป

       -หักเงินต้น โดยรัฐสมทบการหักเงินต้นเพิ่มเติม

       -รับคูปองปรับประสิทธิภาพเพิ่ม (แปรรูป/ปุ๋ยแม่นยำ/ฝึกทักษะ)

       -สะสมคะแนนเครดิตดี เพื่อรับส่วนลดดอกเบี้ย 1-2% หากต้องการกู้ขยายกิจการ

 

 

“พรรคเพื่อไทย” ชู ‘นโยบายล้างหนี้’ 1 แพ็กเกจ 5 มาตรการ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ พักหนี้เกษตรกร : พักต้นและดอก 3 ปี วงเงิน 500,000 บาท ระหว่างพัก ดอกเบี้ยหยุดนิ่ง เพราะรัฐจ่ายดอกเบี้ยในช่วงที่พักหนี้แทนเกษตรกร ช่วยพี่น้องเกษตรกรได้ราว 3.5 ล้านบัญชี มูลหนี้กว่า 500,000 ล้านบาท

ประกันกำไร พืชผลการเกษตร 30%   เป้าหมายดันราคา

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาทต่อตัน
  • ข้าวขาว 10,000 บาทต่อตัน
  • ข้าวเหนียว 10,000 บาทต่อตัน
  • ยางพารา 70 บาทต่อกิโลกรัม
  • ข้าวโพด 7.25 บาทต่อกิโลกรัม
  • มันสำปะหลัง 3 บาทต่อกิโลกรัม

เปิดนโยบายภาคเกษตร พรรคไหนเข้าตา 12.3 ล้านเสียงพร้อมเทคะแนน

แจกคูปองซื้อปุ๋ย -เมล็ดพันธุ์

  • รัฐแจกคูปองดิจิทัล ซื้อปุ๋ยถูกสูตร ไม่เกิน 250 กก./ราย
  • คูปองดิจิทัลซื้อเมล็ดพันธุ์-กล้าพันธุ์ คุณภาพไม่เกิน 150 กก./ราย
  • ตรวจดินก่อนใส่ปุ๋ย ดินดี ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลด

คืนที่ดินให้ประชาชน

  • ส.ป.ก.แบบโฉนดแบบมีเงื่อนไข
  • คืนความเป็นธรรม พ.ร.บ.นิรโทษคนโดนป่าทับ

 

เปิดนโยบายภาคเกษตร พรรคไหนเข้าตา 12.3 ล้านเสียงพร้อมเทคะแนน

พรรคภูมิใจไทย ชู “เกษตรมั่นคง” 

  • แนวทางการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศโดยใช้บาร์เตอร์เทรด ข้าว หรือสินค้าเกษตรจากไทยแลกซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องบินรบ เรือดำน้ำ เรือฟรีเกต อาวุธต่าง ๆ แม้กระทั่งเครื่องบินพาณิชย์ เป็นต้น
  • แก้ปัญหาสินค้าเกษตร ดังนี้ 1. การเชื่อมการค้าโลก ชูเกษตรมั่นคง ,2.ขายสินค้าภาคเกษตร มีมูลค่าสูง 3.สนับสนุนการผลิต ให้ตรงความต้องการของตลาด 4. จัดโซนการเพาะปลูก ผลิตได้ ขายออก ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน 77 จังหวัด 5.เปลี่ยนคู่ค้า เป็นพันธมิตร หรือหุ้นส่วนทางการค้า 

 

 

เปิดนโยบายภาคเกษตร พรรคไหนเข้าตา 12.3 ล้านเสียงพร้อมเทคะแนน

 พรรคกล้าธรรม ชูนโยบาย เด่น ๆ ด้านเกษตร อาทิ

  • จัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร ยึดที่ดินผิดกฎหมาย ผลักดันการเปลี่ยนที่ดิน สปก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรให้ ชาวบ้าน และยกระดับเป็นโฉนดครุฑแดง
  • ทำสงครามสินค้าเถื่อน แก้ปัญหาการลอบนำเข้าสินค้า
  • ชู “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” จัดหาตลาดรองรับสินค้าเกษตร รัฐบาลผลิตปุ๋ยขายราคาถูก
  • สร้าง “ธนาคารเกษตรเพื่อประชาชน” ให้เกิดขึ้นได้จริง
  • เปลี่ยนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพิ่มเส้นทางไหลของน้ำ จัดทำแผนที่น้ำทุกจังหวัด
  • สานต่อโครงการ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

 

ประชาธิปัตย์  ชูนโยบายประกันรายได้จ่ายทันที สนับสนุนต้นทุนการผลิตตั้งแต่ต้นฤดูกาลไร่ละ 1,000 บาท ประกันรายได้ 10,000 บาท จ่ายทันทีต้นฤดูกาลไร่ละ 1,000 บาท
เก็บเกี่ยว จ่ายที่เหลือ

  • ข้าว 5 ชนิด ประกันรายได้ 10,000 บาทต่อตัน (ไม่เกิน 20 ตันต่อราย)
  • ข้าวหอมมะลิ ประกันรายได้ 15,000 บาทต่อตัน (ไม่เกิน 20 ตันต่อราย)
  • ยางพารา ประกันรายได้ 60 บาท/กิโลกรัม
  • มันสำปะหลัง ประกันรายได้ 2.50 บาท/กิโลกรัม (ไม่เกิน 100 ตันต่อราย)

เปิดนโยบายภาคเกษตร พรรคไหนเข้าตา 12.3 ล้านเสียงพร้อมเทคะแนน

  • ปาล์มน้ำมัน ประกันรายได้ 4 บาท/กิโลกรัม
  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประกันรายได้ 8.50 บาท/กิโลกรัม
  •  พันธบัตรป่าไม้ ปลูกป่าได้เงินเดือน เปลี่ยนเกษตรกรเป็นมนุษย์เงินเดือน ปลูกป่านำมาให้สถาบันการเงินออกพันธบัตรป่าไม้ ระดมทุนมาลงทุนในป่าไม้ยืนต้น เงินจากการขายพันธบัตรนำมาจ้างเกษตรกรเป็นรายเดือน