ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ)เปิดเผยว่า การเลือกตั้งในปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไทยในอีกหลายปีข้างหน้า
เมื่อประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาหลายประการที่ยืดเยื้อ ทั้งการทุจริตคอร์รัปชัน ภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรง การขาดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก และการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์
อีกทั้งสถานการณ์ด้านการคลังที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดอันเกิดจากหนี้สาธารณะที่สูงอยู่ในระดับ 65% ของ GDP ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการจัดการนโยบายของรัฐบาลในอนาคต โดยเฉพาะในด้านการใช้จ่ายภาครัฐและการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องมีความรับผิดชอบทางการคลัง
คณะผู้วิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จึงได้เสนอแนะนโยบาย 6 ด้านที่รัฐบาลใหม่ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วนภายในระยะเวลา 1 ปีแรก และต่อเนื่องในระยะ 4 ปีข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและแก้ไขปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
ปัญหาคอร์รัปชันและการหลอกลวงออนไลน์ในประเทศไทยมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมา การทุจริตในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐสูงถึง 20-30% ของมูลค่าโครงการ
มีข่าวอื้อฉาวการรับสินบนของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงจากเครือข่ายพนันออนไลน์ ตลอดจนมีคดีการหลอกลวงออนไลน์ในปี 2568 มากกว่า 3.2 แสนเรื่อง สร้างความเสียหายต่อประชาชนอย่างน้อย 2.5 หมื่นล้านบาท แต่สามารถอายัดเงินคืนผู้เสียหายได้เพียง 1%
ดังนั้น จึงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันการฟอกเงิน รวมถึงการปิดกั้นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัล จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่รัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการ
ปัญหาปากท้องของคนไทยยังคงเป็นประเด็นหลักที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของการมีหนี้ครัวเรือนที่สูงและรายได้ที่ไม่เพียงพอ การส่งเสริมการลงทุนที่สร้างงานดี ซึ่งมีค่าตอบแทนสูงและมีความมั่นคง ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแรงงานและการปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสในการทำงานที่มีคุณภาพ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ประเทศไทยต้องเผชิญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและภาคเศรษฐกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การผลักดันกฎหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวเพื่อลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่รัฐบาลใหม่จะต้องเร่งดำเนินการในระยะเวลาที่ใกล้เคียง
ในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากสงครามการค้าและการผลิตล้นเกินจากประเทศคู่แข่ง การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลกเป็นสิ่งที่ไม่อาจละเลยได้ การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีและการปรับปรุงมาตรฐานสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันในระดับสากลเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องผลักดันอย่างเร่งด่วน
ในฐานะที่ประเทศไทยกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อจัดเตรียมสวัสดิการด้านสังคมและสุขภาพให้เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง การปรับโครงสร้างบำนาญและการดูแลรักษาพยาบาลที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพจะช่วยลดภาระทั้งด้านการเงินและสังคมในอนาคต
การขาดดุลการคลังที่สูงและการขาดวินัยทางการคลังในอดีต ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านการคลังที่สูงขึ้น การดำเนินการตามกรอบการคลังระยะปานกลาง (MTFF) และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณจะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินและรักษาความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว