เอกชนหวังได้รัฐบาลมีเอกภาพหลังเลือกตั้ง 2569 ฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

06 ม.ค. 2569 | 00:11 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ม.ค. 2569 | 04:31 น.

ประธาน ส.อ.ท. ระบุภาคเอกชนคาดหวังได้รัฐบาลที่มีเอกภาพหลังการเลือกตั้ง 2569 เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุน และเอื้อในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • ภาคเอกชนคาดหวังว่าการเลือกตั้งปี 2569 จะนำไปสู่รัฐบาลที่มีเอกภาพและเสถียรภาพ เพื่อช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน
  • รัฐบาลใหม่ควรมีนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่องในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • ข้อเสนอแนะสำคัญคือการส่งเสริมอุตสาหกรรมมูลค่าสูง สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และสร้างเสถียรภาพเชิงนโยบายเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” เกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมือง ว่า การมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2569 หากสามารถนำไปสู่การได้รัฐบาลที่มีเอกภาพและมีนโยบายที่ชัดเจนต่อเนื่อง จะช่วยเสริมเสถียรภาพทางการเมือง ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเอื้อต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและการปฏิรูปเชิงโครงสร้างให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ในปี 2569 เป็นปีที่เศรษฐกิจไทยยังต้องเดินบนเส้นทางที่เปราะบาง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาสำคัญในการวางรากฐานการปรับโครงสร้างประเทศให้สามารถก้าวพ้นข้อจำกัดเดิมที่สะสมมาเป็นเวลานาน 

ในมุมมองของภาคอุตสาหกรรม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไปจำเป็นต้องมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างควบคู่กับการประคองเศรษฐกิจระยะสั้น 

เอกชนหวังได้รัฐบาลมีเอกภาพหลังเลือกตั้ง2569 ฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

“รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในต้นปี 2569 ควรเร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจากการรับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่อุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ และพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงานและลดต้นทุนในระยะยาว”

อีกทั้งจำเป็นต้องเร่งเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะ SMEs ผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน การเพิ่มการใช้ Local Content และสินค้า Made in Thailand รวมถึงการใช้มาตรการภาษี การสนับสนุนเงินทุน และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นเครื่องมือสร้างอุปสงค์ในประเทศ 

นอกจากนี้ รัฐควรสร้างเสถียรภาพเชิงนโยบาย ลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติให้เป็นระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและภาคธุรกิจ

หากสามารถขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวได้อย่างจริงจังต่อเนื่อง และมีเป้าหมายร่วมกันเป็น ONE Thailand เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสเปลี่ยนความไม่แน่นอนในปัจจุบันให้เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ และนำไปสู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว