เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 ปี ยอดลงทุนแตะ 5.5 หมื่นล้านบาท

02 ม.ค. 2569 | 08:07 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ม.ค. 2569 | 08:12 น.

ผ่าความคืบหน้า 10 ปี เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ยอดลงทุนแตะ 5.5 หมื่นล้านบาท ปั๊มเศรษฐกิจท้องถิ่น จับตาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยังไม่เต็มเป้าหมาย 100%

KEY

POINTS

  • โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 แห่ง ดำเนินการมาเป็นเวลา 10 ปี สร้างมูลค่าการลงทุนรวมจากภาคเอกชนและนิคมอุตสาหกรรมกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท
  • จังหวัดสงขลามีมูลค่าการลงทุนสูงสุดที่ 9,273 ล้านบาท ตามมาด้วยสระแก้ว ตาก มุกดาหาร และหนองคาย
  • เกิดการจัดตั้งธุรกิจใหม่สะสมเกือบ 9,000 ราย โดย 98% เป็น SMEs และมีการลงทุนจากต่างชาติ 45 โครงการ มูลค่ากว่า 5,700 ล้านบาท
  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 151 โครงการ เช่น ด่านศุลกากร ถนน และนิคมอุตสาหกรรม มีความคืบหน้าในการดำเนินงานเฉลี่ย 90%

การพัฒนา “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ” รวม 10 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย เริ่มต้นดำเนินโครงการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2558 ปัจจุบันผ่านการดำเนินโครงการมาแล้ว 4 รัฐบาล กินเวลานานกว่า 10 ปี ล่าสุดสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานความคืบหน้าการพัฒนา รวม 10 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย 

 โดยข้อมูลล่าสุด ณ เดือนกันยายน 2568 พบว่า การพัฒนา 10 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย ได้แก่ ตาก สระแก้ว มุกดาหาร ตราด สงขลา หนองคาย นครพนม กาญจนบุรี นราธิวาส และเชียงราย ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน มีมูลค่าการลงทุนรวมของภาคเอกชนและการลงทุนในการนิคมอุตสาหกรรม ภายใต้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวม

ทั้งสิ้น 55,198 ล้านบาท

 ทั้งนี้แยกเป็น การลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และดำเนินการลงทุนแล้ว 92 โครงการ วงเงิน 26,471.96 ล้านบาท โดย 5 เขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด คือ สงขลา 19 โครงการ วงเงินลงทุน 9,273.35 ล้านบาท รองลงมาคือ สระแก้ว 11 โครงการ วงเงินลงทุน 8,403 ล้านบาท ตาก 34 โครงการ วงเงินลงทุน 3,430.56 ล้านบาท มุกดาหาร 5 โครงการ วงเงินลงทุน 2,095.50 ล้านบาท และหนองคาย 5 โครงการ วงเงินลงทุน 2,001.46 ล้านบาท

สำหรับนักลงทุนต่างชาติทีสนใจขอรับส่งเสริมการลงทุนใน 10 เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน มีทั้งหมด 45 โครงการ วงเงินรวม 5,775 ล้านบาท ประกอบด้วย ญี่ปุ่น และร่วมลงทุนไทย-ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไต้หวัน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ อินเดีย จีน และร่วมลงทุนไทย– จีนเนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ และเมียนมา ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในประเภทกิจการ อาทิ เสื้อผ้าสำเร็จรูป พลาสติก อาหารสัตว์ยานยนต์ เครื่องจักรและชิ้นส่วน อุปกรณ์ก่อสร้าง โรงพยาบาล ถุงมือยางทางการแพทย์ 

 ขณะที่โครงการลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่พัฒนาซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด กาญจนบุรี และนครพนม รวม 5,106.02 ล้านบาท ส่วนการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้วและสงขลารวม 5,731.21ล้านบาท (เฉพาะเงินลงทุนของ กนอ.และการลงทุนของภาคเอกชนในนิคมฯ) รวมทั้งยังมีการขอใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการส่งเสริมการลงทุนของกรมศุลกากร 13 โครงการ วงเงินรวม 510 ล้านบาท

 สศช. รายงานเกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจใหม่ ตลอดช่วง 10 ปี มีจำนวนสะสมรวม 8,976 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 17,002.06 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ เป็น SMEs สูงถึง 98% ครอบคลุมประเภทกิจการ อาทิ ก่อสร้างอาคารทั่วไป โลจิสติกส์ ผลิตเสื้อผ้า อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด ผลิตภัณฑ์สัตว์นํ้า ผลิตไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์จากไม้แปรรูป

 อีกทั้งยังมีการจัดตั้งเขตปลอดอากรในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก หนองคาย และสงขลาและคลังสินค้าทัณฑ์บนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก มุกดาหาร สงขลา หนองคาย และเชียงราย วงเงินรวม 510 ล้านบาท ซึ่งขอรับสิทธิประโยชน์ของกรมศุลกากร ส่วนการให้สินเชื่อของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank) เพื่อการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย สงขลา ตาก และหนองคาย รวม 121.60 ล้านบาท

 ขณะที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ใน 10 พื้นที่ ครอบคลุมทั้งในด้านการคมนาคมขนส่งระบบสาธารณูปโภค/สาธารณูปการ การพัฒนาด่านพรมแดน/ด่านศุลกากร การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสังคม ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามแผน ปัจจุบันมีความก้าวหน้าการดำเนินงานเฉลี่ย 90% รวมทั้งสิ้น 151 โครงการ 

 ตามข้อมูลระบุจำนวนโครงการสำคัญที่แล้วเสร็จและจะทยอยแล้วเสร็จในช่วงปี 2562-2569 มีตัวอย่างเช่น จังหวัดสงขลา มีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่แล้วเสร็จ คือการปรับปรุงด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ระยะที่ 2, ถนนสาย สข. 1027-ปาดังเบซาร์, ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่, นิคมอุตสาหกรรมสงขลา (สะเดา) ระยะที่ 1, ถนนแยก ทางหลวงหมายเลข 4-ด่านสะเดาแห่งที่ 2 (ตอน 1 และ 2) / สิ่งอํานวยความสะดวกด่านนอก ด่านศุลกากรสะเดา (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค)

 จังหวัดตราด มีโครงการที่แล้วเสร็จคือ ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่, ถนนทางเข้าท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ฯ, ทางหลวงหมายเลข 3 ตราด-หาดเล็ก (ตอน 2 - 3), ทางหลวงหมายเลข 3 ตราด-หาดเล็ก ตอนแยก ต.ไม้รูด - บ.คลองจาก, ปรับปรุงสิงอํานวยความสะดวกด่านศุลกากรคลองใหญ่ และประปาคลองใหญ่ ส่วนในปี 2569 คาดว่าจะดำเนินโครงการปรับปรุงซ่อมแซมลานตรวจสินค้า ขาเข้า -ขาออก ด่านบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ แล้วเสร็จ

 จังหวัดสระแก้ว มีโครงการที่แล้วเสร็จ คือทางรถไฟช่วงชุมทางแก่งคอย-คลองสิบเก้า-สุดสะพานคลองลึก รวมสะพานข้ามคลองลึก, นิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว ,ทางหลวงอรัญประเทศ- ชายแดนไทย (บ.หนองเอียน), การปรับปรุงด่านพรมแดนคลองลึก, ด่านศุลกากรอรัญประเทศ (บ.ปาไร่), อาคารด่านชังนําหนักรถบรรทุกและอาคารสำนักงานเพื่อใช้ในการบำรุงรักษา ทล.3646 (หนองเอียน-สตึงบท) รวมทั้งที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้คือ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ (บ.หนองเอียน)

 จังหวัดตาก มีโครงการที่แล้วเสร็จ คือ ทางเลี่ยงเมืองแม่สอดและสะพานข้ามแม่นํ้าเมย 2, ทางหลวงหมายเลข 12 (ตาก - แม่สอด ตอน 1, 2, 3 และ 4), สนามบินแม่สอด (อาคารผู้โดยสารใหม่ ทางขับลานจอดเครื่องบิน เสริมผิวทางวิ่งและเพิ่มความยาวทางวิ่ง), ประปาแม่สอด, ด่านสินค้าเกษตรชายแดน, สถานีไฟฟ้าแม่สอด 2 ส่วนปีหน้ามีโครงการที่จะแล้วเสร็จคือด่านศุลกากรแม่สอด แห่งที่ 2