thansettakij
thansettakij
สศช. ปักธงแก้โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทุบเศรฐกิจพัง 1.6 ล้านล้าน บรรจุแผนฯ 14

สศช. ปักธงแก้โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทุบเศรฐกิจพัง 1.6 ล้านล้าน บรรจุแผนฯ 14

สศช. เตรียมผลักดันแนวทางการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) บรรจุในแผนพัฒนาฯ ฉบับ 14 หลังพบ คนไทยเสียชีวิต ปีละกว่า 400,000 ราย คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี

KEY

POINTS

  • สศช. เผยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้ไทยสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือเกือบ 10% ของ GDP
  • โรค NCDs เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทยปีละกว่า 400,000 ราย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลิตภาพแรงงานของประเทศ
  • สศช. เตรียมบรรจุแนวทางแก้ไขปัญหา NCDs ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 โดยเชื่อมโยงสุขภาพกับผลิตภาพแรงงาน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สศช.ได้หารือกับนายแดนนี แอนนัน เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย ถึงแนวทางการจัดการ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งปัจจุบันสร้างมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้ไทยสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือเกือบ 10% ของ GDP 

สำหรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โรค NCDs (Non Communicable Diseases) เป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมประเทศอย่างมาก เนื่องจากเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทย และก่อให้เกิดภาระโรคจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยเสียชีวิต จากโรค NCDs 4 โรคหลัก ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคเบาหวาน ปีละกว่า 400,000 ราย หรือวันละกว่า 1,000 ราย คิดเป็น 81 % ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด

นายดนุชา กล่าวว่า การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อนำไปกำหนดนโยบายในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 โดยพิจารณากรอบความร่วมมือระหว่างไทย-เดนมาร์ก ใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. การกำหนดทิศทางในแผนฯ 14 ที่เน้น “Productivity” โดยต่อยอดประเด็นพัฒนาจากแผนฯ 13 และให้ความสำคัญกับการสร้างการยอมรับ (Buy-in) จากทุกภาคส่วน เพื่อการขับเคลื่อนแผนฯ 14 อย่างเป็นรูปธรรม

2. การผลักดันประเด็น NCDs ในแผนฯ 14 โดยเปลี่ยนมุมมองสุขภาพให้เชื่อมโยงกับผลิตภาพแรงงาน เพื่อลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเจ็บป่วยด้วย NCDs โดยเฉพาะการส่งเสริมการมีพฤติกรรมสุขภาพดี เช่น การออกกำลังกาย การบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ 

รวมทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การมีมาตรการภาษีสรรพสามิตเพื่อเพิ่มอุปสรรคในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพ ซึ่งจะช่วยให้แรงงานมีผลิตภาพมากขึ้นภายใต้การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด

3. การพลิกโฉมภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเกษตรกรสูงวัยและขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรด้วยเครื่องจักรหรือเทคโนโลนยีดิจิทัล และเพิ่มมูลค่าแก่ผลผลิตทางการเกษตร เช่น การแปรรูป การใช้จุดเด่นของสินค้า GI

4. การขยายโอกาสทางการค้าในเวทีโลก เพื่อขยายตลาดให้กับสินค้าส่งออกของไทยและกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Thai-EU FTA ซึ่งคาดว่าจะปิดดีลได้ภายปี 2026-2027 และเร่งเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศ OECD ของไทย