
เปิดระบบแจ้งเตือนสิทธิบัตรหมดอายุ หนุนไทยผลิต 'ยาสามัญ' ลดการนำเข้ายาแพง
กรมทรัพย์สินฯ เดินหน้า “Patent Early Warning” ระบบแจ้งเตือนสิทธิบัตรหมดอายุ ครอบคลุม 6 อุตสาหกรรม หนุนนักวิจัย–ผู้ประกอบการผลิต 'ยาสามัญ' แทนยาต้นแบบ ลดการนำเข้ายาราคาแพง
KEY
POINTS
- กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดตัวระบบแจ้งเตือนสิทธิบัตรที่หมดอายุและใกล้หมดอายุ (Patent Early Warning)
- เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเตรียมผลิต "ยาสามัญ" (Generic Drugs) ได้ทันทีเมื่อสิทธิบัตรยาต้นแบบสิ้นสุดความคุ้มครอง
- มีเป้าหมายเพื่อลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ ทำให้ยามีราคาถูกลง และสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขให้ประเทศ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เปิดให้บริการระบบแจ้งเตือนสิทธิบัตรที่หมดอายุและใกล้หมดอายุความคุ้มครอง (Patent Early Warning) เพื่อให้นักวิจัย นักประดิษฐ์ และผู้ประกอบการ สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปเตรียมความพร้อมที่จะใช้ประโยชน์ได้ทันทีเมื่อสิทธิบัตรซึ่งโดยทั่วไปมีอายุความคุ้มครอง 20 ปี หมดอายุลง
โดยระบบให้บริการข้อมูลสิทธิบัตรที่หมดหรือใกล้หมดอายุของกรมฯ ครอบคลุม 6 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่
- อุตสาหกรรมยา
- อุตสาหกรรมเคมี
- อุตสาหกรรมไฟฟ้า
- อุตสาหกรรมเครื่องมือวัด
- อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและโลหะการ
- อุตสาหกรรมวัสดุ
ซึ่งสถิติตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เข้ามาสืบค้นดูข้อมูลดังกล่าว 29,589 ครั้ง จากผู้ใช้งาน 15,061 ราย โดยในส่วนของอุตสาหกรรมยา มีการเข้ามาดูข้อมูลสิทธิบัตรที่หมดหรือใกล้หมดอายุ 2,857 ครั้ง
ทั้งนี้ จำนวนสิทธิบัตรในอุตสาหกรรมยาที่หมดอายุและใกล้หมดอายุความคุ้มครองในไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า มีมากถึง 1,500 ฉบับ ประกอบด้วย ยาเคมี 1,014 ฉบับ ยาชีววัตถุ 208 ฉบับ ยาสมุนไพร 25 ฉบับ ยามุ่งเป้า 42 ฉบับ วัคซีน 35 ฉบับ ชุดตรวจ/ชุดทดสอบ 230 ฉบับ และเวชภัณฑ์ 25 ฉบับ
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบ Patent Early Warning เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะช่วยผู้ประกอบการในการวางแผนผลิต “ยาสามัญ หรือยาที่หมดสิทธิบัตรแล้ว” (Generic Drugs) ซึ่งมีตัวยาหรือสูตรตำรับยาเหมือนกับ “ยาต้นแบบ” (Original Drugs) ได้อย่างรวดเร็ว และในราคาที่ถูกกว่า เพราะไม่ต้องลงทุนในการวิจัยหรือพัฒนา
ขณะเดียวกันก็สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปต่อยอดพัฒนาผลิตสูตรยาใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูงขึ้น ซึ่งการใช้ข้อมูลสิทธิบัตรอย่างถูกต้องในการต่อยอดการวิจัยและพัฒนาจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทย “เปลี่ยนจากประเทศผู้นำเข้ายา สู่ผู้ผลิต” สร้างศักยภาพในการผลิตวัตถุดิบยา (Active Pharmaceutical Ingredients: API) ภายในประเทศ ลดการนำเข้าวัตถุดิบยาและการพึ่งพายา ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและทำให้ยามีราคาถูกลง ประชาชนสามารถเข้าถึงยาในราคาที่เหมาะสม
โดยกรมฯ พร้อมรับฟังความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพัฒนาระบบการเข้าถึงข้อมูลสิทธิบัตรหมดอายุหรือใกล้หมดอายุให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลเทรนด์สิทธิบัตรที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมของไทยต่อไป
ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยยังต้องพึ่งพายานำเข้าจากต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 65 - 70 โดยเฉพาะยาต้นแบบที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองสิทธิบัตร ส่งผลให้ยาดังกล่าวมีราคาสูงและมีการแข่งขันในตลาดจำกัด ดังนั้น การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยได้เข้าถึงข้อมูลสิทธิบัตรยาที่หมดอายุหรือใกล้หมดอายุ จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ไทยสามารถลดต้นทุนการนำเข้ายา
อีกทั้งยังเสริมสร้างศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา ผลักดันให้เกิดการคิดค้นยานวัตกรรมใหม่และพัฒนายาสามัญได้ทันท่วงที ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมยาที่เข้มแข็งในระยะยาว ช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศสู่การพึ่งพาตนเองในด้านยา และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
สำหรับผู้สนใจรับบริการระบบแจ้งเตือนสิทธิบัตรที่หมดอายุและใกล้หมดอายุความคุ้มครอง สามารถเข้าใช้งานผ่านทางเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา www.ipthailand.go.th โดยเลือกเมนู “ระบบแจ้งเตือนคําขอสิทธิบัตร” จากนั้นไปที่เมนูย่อย “ระบบแจ้งเตือนสิทธิบัตรที่หมดอายุและใกล้หมดอายุความคุ้มครองในอีก 5 ปีข้างหน้า” และเลือกค้นหาข้อมูลตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นับเป็นช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา







