thansettakij
thansettakij
บีโอไอไฟเขียว Homa ยักษ์ส่งออกตู้เย็น ทุ่ม 3 พันล้าน ตั้งฐานผลิตในไทย

บีโอไอไฟเขียว Homa ยักษ์ส่งออกตู้เย็น ทุ่ม 3 พันล้าน ตั้งฐานผลิตในไทย

06 ต.ค. 68 | 05:08 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ต.ค. 68 | 05:12 น.

บีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุน “โฮม่า” (Homa) ผู้ส่งออกตู้เย็นอันดับ 1 ของจีน ตั้งฐานการผลิตในไทย ทุ่มงบก้อนแรก 3,000 ล้านบาท พร้อมจ้างงานคนไทยกว่า 3,000 คน

KEY

POINTS

  • บีโอไออนุมัติการลงทุนของ Homa ผู้ผลิตและส่งออกตู้เย็นรายใหญ่จากจีน ด้วยเงินลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย
  • โรงงานจะตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เพื่อผลิตตู้เย็นอัจฉริยะและตู้แช่ประหยัดพลังงานสำหรับส่งออกไปยุโรปเป็นหลัก
  • โครงการนี้คาดว่าจะสร้างการจ้างงานในระยะแรกกว่า 1,400 ตำแหน่ง และสร้างมูลค่าการส่งออกได้มากกว่า 12,000 ล้านบาทต่อปี

วันนี้ (6 ตุลาคม 2568) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท โฮม่า แอพไพลแอนซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ Homa ผู้ผลิตตู้เย็นและตู้แช่อันดับ 4 ของโลก และเป็นผู้ส่งออกตู้เย็นอันดับ 1 ของจีน ซึ่งได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย 

โดยตั้งฐานการผลิตตู้เย็นอัจฉริยะและตู้แช่เย็นที่มีมาตรฐานการประหยัดพลังงานสหภาพยุโรป (EU Energy Label) มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี โครงการนี้จะมีการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 1,400 คนในระยะแรก และจะเพิ่มเป็นกว่า 3,000 คน ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า โดยมีแผนใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) กว่าร้อยละ 50-60 

สำหรับ โฮม่า (Homa) เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นระดับโลก และเป็นผู้ผลิต (OEM) ให้กับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำจำนวนมาก เช่น Electrolux, Samsung, Sharp, Whirlpool โดยโครงการของโฮม่าที่เข้ามาลงทุนในไทยจะมีกำลังการผลิตประมาณ 1.7 ล้านเครื่องต่อปี 

ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ตู้เย็นประสิทธิภาพสูง ตู้เย็นอัจฉริยะ และตู้แช่มาตรฐานสูง เพื่อการส่งออกไปยังตลาดยุโรปเป็นหลัก จะมีมูลค่าการส่งออกจากฐานผลิตในไทยกว่า 12,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะทั่วโลกที่ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 2.6 ล้านล้านบาท ในปี 2577 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 9 ต่อปี

นายนฤตม์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญของภูมิภาค ที่ผ่านมามีบริษัทชั้นนำจำนวนมากเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย เพื่อส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Samsung, LG, , Electrolux, Beko, Arcelik Hitachi รวมทั้งผู้ผลิตรายใหญ่จากประเทศจีน ทั้ง Midea, Haier และ Hisense โดยบริษัท Homa ถือเป็นผู้ผลิตระดับโลกรายล่าสุดและเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายที่ 4 จากจีนที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย 

ทั้งนี้แสดงถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยในการเป็นฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในภูมิภาค และความพร้อมของประเทศไทยในด้านต่างๆ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ซัพพลายเชน บุคลากรที่มีคุณภาพ และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ 

“บีโอไอจะเดินหน้าทำงานร่วมกับ Homa และผู้ผลิตรายอื่นๆ ในการจับคู่ธุรกิจและเชื่อมโยงซัพพลายเชน ผลักดันการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนระดับโลกได้มากที่สุด”

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2565 - สิงหาคม 2568 มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้ารวม 568 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 2 แสนล้านบาท โดยผู้ผลิตรายใหญ่จากจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้ว ทั้ง Midea, Haier และ Hisense มีการจ้างงานบุคลากรไทยรวมมากกว่า 12,000 คน