
ทำไมยังมีเรือไทยส่งน้ำมันให้กัมพูชา? ข้อเท็จจริงเรื่องสัญญาการค้าที่ต้องรู้
ข้อเท็จจริงเรือน้ำมันไทยยังส่งให้กัมพูชาหลังประกาศระงับ เหตุสัญญาผูกพัน 30 วัน ค่าปรับหากยกเลิก พร้อมเปิดรายละเอียดมูลค่าการค้า 48,000 ล้านบาทต่อปี
จากกรณีมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกัมพูชาประกาศไม่ซื้อน้ำมันจากไทยตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2568 แต่กลับพบว่ามีเรือของไทยบรรทุกน้ำมันเต็มลำจอดหน้าท่าสีหนุวิลล์ เพื่อรอขนถ่ายน้ำมันในวันที่ 24 มิถุนายน 2568
จากการตรวจสอบของฐานเศรษฐกิจพบว่าการซื้อขายน้ำมันระหว่างเอกชนไทยกับกัมพูชานั้นสัญญาส่วนใหญ่มีการกำหนดไว้อย่างน้อย 30 วันในการแจ้งล่วงหน้า หากไม่ส่งออกอาจถูกค่าปรับเพิ่มเติม
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้หารือกับผู้ค้าน้ำมันเกี่ยวกับการระงับการส่งออกน้ำมันจากไทยไปกัมพูชา ซึ่งทางผู้ค้าได้ขอเวลา 1 เดือนเพื่อเตรียมตัว
เนื่องจากกระบวนการส่งออกน้ำมันจากไทยไปกัมพูชา สัญญาส่วนใหญ่มีการกำหนดไว้อย่างน้อย 30 วันในการแจ้งล่วงหน้า และจะมีการเรียกเรือมารับน้ำมันล่วงหน้าแล้ว กรณีไม่ส่งออก จะถูกเรียกค่าปรับเพิ่มเติม และน้ำมันจะค้างที่คลังจำนวนมาก ปริมาณ 2-5 ล้านลิตร ต่อลำเรือ ส่วนมากเป็นน้ำมันเบนซิน 91 และน้ำมันเบนซิน 95
หลังจากระงับการส่งออกน้ำมันไปกัมพูชาแล้วทางผู้ค้าน้ำมันเสนอให้รัฐบาลพิจารณาผ่อนปรนการส่งออกน้ำมันไปเมียนมาแทน เพื่อลดปัญหาน้ำมันล้นคลัง
ปัจจุบันกัมพูชาเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันอย่างสมบูรณ์ ไม่มีถังน้ำมันสำรองระดับชาติ ไม่มีแหล่งผลิตน้ำมันในประเทศเชิงพาณิชย์ ไม่มีระบบถังน้ำมันสำรองของรัฐ หากราคาน้ำมันเพิ่มประชาชนในประเทศจะตื่นตระหนกและตุนกันเอง
กัมพูชามีกฎหมายด้านปิโตรเลียมที่ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจจนถึงการผลิต มีโครงสร้างชัดเจน โดยใช้ระบบ Production-Sharing Contract (PSC) และสถาบันกำกับดูแลเพิ่มเติม เช่น Cambodian National Petroleum Authority (CNPA) แต่มิได้กำหนดให้ต้องมีถังสำรองน้ำมันระดับชาติ (ไม่มีกลไก Strategic Reserve) จึงยังพึ่งพาการนำเข้าและไม่มีระบบจัดเก็บสำรองเชื้อเพลิงในระดับรัฐ
ปี 2567 ปริมาณการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยไปกัมพูชาอยู่ที่ 6.254 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 47,988 ล้านบาท หรือ 1,353.538 ล้านดอลลาร์ (อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยปี 2567 ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 35.4539 บาทต่อดอลลาร์)
สำหรับปี 2568 (มกราคม - เมษายน) ปริมาณการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยไปกัมพูชาอยู่ที่ 6.622 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 11,698 ล้านบาท หรือ 2,925 ล้านบาทต่อเดือน
หากเจาะลึกในรายละเอียดพบว่า ปี 2567 น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักที่กัมพูชานำเข้าจากไทยมากที่สุด คิดเป็น 49.6% ของการนำเข้ารวม รองลงมาคือน้ำมันเบนซิน 43.8% แยกตามชนิด ดังนี้
ปริมาณนำเข้าน้ำมันของกัมพูชาจากไทย ปี 2567
- น้ำมันเบนซิน 91 จำนวน 157.31 ล้านลิตร หรือ 0.43 ล้านลิตรต่อวัน
- น้ำมันเบนซิน 95 จำนวน 788.13 ล้านลิตร หรือ 2.16 ล้านลิตรต่อวัน
- น้ำมันเบนซินธรรมดา จำนวน 56.95 ล้านลิตร หรือ 0.16 ล้านลิตรต่อวัน
- น้ำมันอากาศยาน Jet A-1 จำนวน 71.62 ล้านลิตร หรือ 0.20 ล้านลิตรต่อวัน
- น้ำมันดีเซลพื้นฐาน 10 ppm จำนวน 932.53 ล้านลิตร หรือ 2.56 ล้านลิตรต่อวัน
- น้ำมันดีเซลกำมะถันสูง จำนวน 203.66 ล้านลิตร หรือ 0.56 ล้านลิตรต่อวัน
- น้ำมันเตา จำนวน 23.34 ล้านลิตร หรือ 0.06 ล้านลิตรต่อวัน
- ก๊าซแอลพีจี จำนวน 29.85 ล้านกิโลกรัม หรือ 0.08 ล้านกิโลกรัมต่อวัน
ข้อมูลล่าสุดเดือน ม.ค.-ก.พ. 2568 แสดงให้เห็นความต้องการที่ยังคงสูง โดยในเวลาเพียง 2 เดือน กัมพูชานำเข้าน้ำมันจากไทย ดังนี้
เดือนมกราคม 2568
- น้ำมันเบนซิน 85.24 ล้านลิตร (เฉลี่ย 2.75 ล้านลิตรต่อวัน)
- น้ำมันดีเซล 80.01 ล้านลิตร (เฉลี่ย 2.58 ล้านลิตรต่อวัน)
- น้ำมันอากาศยาน 8.97 ล้านลิตร (เฉลี่ย 0.29 ล้านลิตรต่อวัน)
- น้ำมันเตา 32.75 ล้านลิตร (เฉลี่ย 1.06 ล้านลิตรต่อวัน)
- ก๊าซแอลพีจี 3.81 ล้านกิโลกรัม
เดือนกุมภาพันธ์ 2568
- น้ำมันเบนซิน 84.15 ล้านลิตร (เฉลี่ย 3.01 ล้านลิตรต่อวัน)
- น้ำมันดีเซล 68.00 ล้านลิตร (เฉลี่ย 2.43 ล้านลิตรต่อวัน)
- น้ำมันอากาศยาน 5.98 ล้านลิตร (เฉลี่ย 0.21 ล้านลิตรต่อวัน)
- น้ำมันเตา เพียง 0.002 ล้านลิตร
- ก๊าซแอลพีจี 2.05 ล้านกิโลกรัม







