
ยอดขอใช้ "กัญชา-กัญชง" คึก กลุ่มเครื่องสำอางขอจดแจ้งสูงสุด 754 รายการ
อย. เผย ยอดผู้ขออนุญาต ปลูก ผลิต และแปรรูป "กัญชา-กัญชง" มากกว่า 4,700 ฉบับ ระบุ กลุ่มเครื่องสำอางขอจดแจ้งสูงที่สุด 754 รายการ ผลิตภัณฑ์อาหาร 80 รายการ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร 12 รายการ
26 เมษายน 2565 นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการปลดล็อกให้พืชกัญชาและพืชกัญชงพ้นจากความเป็นยาเสพติด เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพ และเศรษฐกิจ รวมไปถึงการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชน โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มิ.ย. 65 ที่จะถึงนี้ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชน
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สำรวจภาพรวมประเทศถึงวันที่ 18 เมษายน 2565 มีดังนี้
การขออนุญาต กัญชา ทั้งหมด 2,351 ฉบับ
- นำเข้า 12 ฉบับ
- ครอบครอง 106 ฉบับ
- ผลิต (ปลูก) 458 ฉบับ
- ผลิต (แปรรูป/สกัด) 41 ฉบับ
- ผลิต (ปรุง) 6 ฉบับ
- ส่งออก 1 ฉบับ
- จำหน่าย 1,650 ฉบับ
พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ปลูก "กัญชา"
- ผู้รับอนุญาตปลูก 397 ราย
- พื้นที่ปลูกมากกว่า 110 ไร่ จำนวนมากกว่า 245,000 ต้น
การขออนุญาต "กัญชง" ทั้งหมด 2,361 ฉบับ
- นำเข้า 110 ฉบับ
- ครอบครอง 21 ฉบับ
- ผลิต (ปลูก) 2,041 ฉบับ
- ผลิต (แปรรูป/สกัด) 14 ฉบับ
- ส่งออก 1 ฉบับ
- จำหน่าย 174 ฉบับ
พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชง
- ผู้รับอนุญาตปลูก 2,041 ฉบับ (877 ราย)
- พื้นที่ปลูก 4,845 ไร่
สำหรับการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้น มีการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล (CBD) รวม 80 รายการ
- น้ำมันจากเมล็ดกัญชง
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
- ซอสปรุงรส
- ขนมเยลลี่
- อาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที เป็นต้น
อนุญาตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง 754 รายการ
- เครื่องสำอางที่มีสารสกัดที่มีสาร CBD จากกัญชาและกัญชง 95 รายการ
- เครื่องสำอางที่ใช้ส่วนของกัญชา 56 รายการ
- เครื่องสำอางที่ใช้ส่วนของกัญชง 18 รายการ
- ใช้น้ำมัน/สารสกัดเมล็ดกัญชง 585 รายการ เพื่อบำรุงผิวทำความสะอาดผิวและขัดผิว
อนุญาตผลิตภัณฑ์สมุนไพร 12 รายการ
- ยาแผนไทย 11 รายการ
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ 1 รายการ
ทั้งนี้ อย.พร้อมส่งเสริมให้ กัญชา กัญชง สามารถนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และส่งเสริมสุขภาพ โดยประชาชนสามารถปลูกเพื่อนำใช้ในการดูแลรักษาตนเองและบุคคลในครอบครัวได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งอนุญาตให้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ ได้ เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งในระดับครัวเรือนและระดับประเทศต่อไป





