
อัพเดทบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชนแทน ดูที่นี่
อัพเดท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน ชัดเจนแล้ว กระทรวงการคลัง เปิดให้ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชนแทน เช็คเงื่อนไขตรวจสอบที่นี่ด่วน
อัพเดทความคืบหน้า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน หลังจาก กรมบัญชีกลาง สังกัดกระทรวงการคลัง มีนโยบายชัดเจนแล้วจะเปิดให้ลงทะเบียนใหม่อีกรอบภายในเดือนธันวาคมนี้ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนเงื่อนไขวงเงินรายได้แต่ละครัวเรือน
ขยายสิทธิครัวเรือน 2 แสนบาทต่อปี
ล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ว่า ในการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบเอนกประสงค์แบบใหม่ หรือสมาร์ทการ์ด แทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน
โดยเบื้องต้นได้กำหนดเกณฑ์รายได้ของครอบครัวที่จะนำมาคำนวณสิทธิ คือ ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี จากเดิมที่ใช้เพียงรายได้ส่วนบุคคลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
“เรามีความตั้งใจอยากให้แล้วเสร็จภายในปีนี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งที่ประชุมได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปตรวจสอบหลักเกณฑ์ และข้อจำกัดต่างๆ ตามข้อเสนอแนะของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แล้วมาหารือร่วมกันอีกครั้ง หากได้ข้อสรุปจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็วที่สุด” นายสันติ กล่าว
เช็คคุณสมบัติเงื่อนไขเบื้องต้น
- สำหรับคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม คือ เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ไม่มีหรือมีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สลาก ธ.ก.ส. พันธบัตร ตราสารหนี้ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท
- ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย ถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านพร้อมที่ดิน จะต้องมีบ้านหรือทาวเฮ้าส์ พื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา ส่วนห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร ส่วนกรณีเป็นที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตร จะต้องมีที่ดินไม่เกิน 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่
- วางแผนตั้งจุดรับลงทะเบียน เนื่องจากกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอาจไม่มีสมาร์ทโฟน เพื่อคัดกรองบุคคลที่สมควรได้รับสวัสดิการจากรัฐเพิ่มเติมอย่างแท้จริง โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 15 ล้านคน.












