thansettakij
thansettakij
ปตท.กำไรหด 59.37% เหลือ 3.77 หมื่นล้านปี 63

ปตท.กำไรหด 59.37% เหลือ 3.77 หมื่นล้านปี 63

19 ก.พ. 64 | 00:00 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.พ. 64 | 05:22 น.

ปตท.กำไรหด 59.37% เหลือ 3.77 หมื่นล้านปี 63 ชี้โควิดฉุดยอดขายหดและราคาน้ำมันดิบปรบตัวลดลง

รายงานข่าวระบุว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. (PTT) แจ้งว่า ปี 63 บริษัทมีกำไรสุทธิ 3.77 หมื่นล้านบาท ลดลง 59.37% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9.29 หมื่นล้านบาท  เนื่องจากยอดขายลดลง 27.2%อยู่ที่ 1.61 ล้านล้านบาท จากปี 2562 ที่ยอดขาย 2.21 ล้านล้านบาท

ขณะที่กำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) ลดลง 21.9% อยู่ที่ 2.25 แสนล้านบาท  จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 2.88 แสนล้านบาท  โดยสาเหตุหลักมาจากธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียมที่ผลการดําเนินงานปรับลดลงตามราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นโดยหลักจากโครงการมาเลเซียและกลุ่ม Partex ภายหลังการเข้าซื้อธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปีก่อน 

ขณะที่ผลการดําเนินงานของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นที่ลดลงอย่างมากเช่นกัน โดยหลักจากขาดทุนสต็อกน้ำมันในปี  2563 จํานวนประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงอย่างมากจาก ณ สิ้นปี 62 ที่ 67.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 51.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ สิ้นปี 63 เนื่องจากสงครามราคาน้ำมัน สภาวะอุปทานล้นตลาดของน้ำมันดิบ

ประกอบกับความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันสําเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (COVID-19) ขณะที่ปี 62 มีกําไรสต็อกน้ำมันประมาณ 2.8 พันล้านบาท โดยกำไรขั้นต้นจากการผลิตราคาตลาด (Market GRM) ปรับลดลงจาก 2.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 62 เป็น 0.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปี 63 ตามส่วนต่างราคาน้ำมันสําเร็จรูปกับน้ำมันดิบที่ลดลงในเกือบทุกผลิตภัณฑ์

และกำไรขั้นต้นทางบัญชี (Accounting GRM) ลดลงจากอย่างมากจาก 3.0 ปี 2562 เป็นขาดทุน (0.8) ดอลลาร์ในปี 63 โดยส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกับวัตถุดิบทั้งสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ส่วนใหญ่ปรับลดลง นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีผลการดําเนินงานลดลง โดยหลักจากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ เนื่องจากราคาขายที่ลดลงตามราคาปิโตรเคมีอ้างอิงในตลาดโลกปรับลดลงและปริมาณขายที่ลดลงจากผลกระทบ COVID-19 ตามการปิดซ่อม บํารุงและปรับลดกําลังการผลิตให้เหมาะสมตามอุปสงค์ที่ลดลงของลูกค้าในปี 63 และธุรกิจจัดหาและจัดจําหน่ายก๊าซฯ มีผลการดําเนินงานลดลงเนื่องจากราคาขายเฉลี่ยที่อ้างอิงราคาก๊าซฯและราคาน้ำมันเตาลดลง และปริมาณขายที่ลดลง

              อย่างไรก็ดี ผลการดําเนินงานของกลุ่มเทคโนโลยีและวิศวกรรมปรับตัวดีขึ้นจากการเข้าซื้อบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW ของบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ในช่วงปลายไตรมาส 1/62 

สำหรับในปี 64 คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะเฉลี่ยอยู่ที่ 55-60 ดอลลาร์และค่าการกลั่นอ้างอิงสิงคโปร์คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-2.5 ดอลลาร์

คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) อนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.82 บาท กำหนดจ่าย 30 เมษายนนี้