
”คมนาคม” ดัน 7 โปรเจคต์ บูมระบบขนส่ง 4 ด้าน ต้อนรับปี 64
“คมนาคม” เดินหน้า 7 โปรเจคต์ หวังผลักดันระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 4 ด้าน เตรียมรื้อแผนฟื้นฟูขสมก.รอบ2 หลังสภาพัฒน์ท้วง เร่งพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ เพิ่มสัดส่วนการขนส่งด้วยระบบราง 30% ภายใน 3 ปี
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับแผนดำเนินงานในปี 2564 ที่กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงสู่ภูมิภาค ทั้งหมด 7 นโยบาย ประกอบด้วย 1.การปรับเวลาเดินรถบรรทุก 10 ล้อ ขึ้นไป เข้าเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ในช่วงเวลาหลัง 24.00 น.-04.00น. เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรและการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาหารือกับผู้ประกอบการรถบรรทุกเพื่อให้ได้ข้อสรุป 2.การศึกษารูปแบบเงื่อนไขการอนุญาตบริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันแท็กซี่ เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาแอปพลิเคชัน ซึ่งคาดว่าจะเปิดทดลองไม่เกินภายในต้นปี 2564 และจะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในเดือนพ.ค.2564 3.โครงการระบบบริหารจัดการตั๋วร่วม ขณะนี้ติดปัญหาการติดตั้งโปรแกรมการใช้บัตรโดยสารเชื่อมโยงรถไฟฟ้าทุกระบบด้วยตั๋วร่วม เบื้องต้นอยู่ระหว่างการประสานงานกับสถาบันการเงิน ที่พร้อมจะมาลงทุน ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเข้ามาร่วมดำเนินการได้ ดดยชำระอัตราค่าบริการในราคาถูก ซึ่งจะดำเนินการให้ครอบคลุมไปถึงระบบโลจิสติกส์ทั้งหมด เช่น รถโดยสารบขส.และ ขสมก. หากแผนฟื้นฟูขสมก.ได้รับการอนุมัติแล้ว
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า 4.แผนฟื้นฟูขสมก. ขณะนี้ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคม ไปหารือร่วมกับเลขาคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบถึงสิ่งที่กระทรวงฯ ต้องดำเนินการต่อไป เบื้องต้นเตรียมเสนอแผนลงทุนให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้รับทราบอีกครั้ง ซึ่งต้องกลับมาดูว่าทางกระทรวงเคยได้เสนอเรื่องนี้ไปแล้วหรือไม่ ที่ผ่านมาทางกระทรวงฯ ได้มีการเสนอแผนให้สภาพัฒน์รับทราบแล้ว เนื่องจากแผนฟื้นฟูขสมก.ในปี 2563 เป็นแผนที่มีการปรับปรุง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562
ทั้งนี้ได้สั่งให้ดำเนินการปรับปรุงทั้ง 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การเปลี่ยนวิธีการหารถจากซื้อมาเป็นเช่าจ้างวิ่งตามระยะทาง เพื่อเป็นการตัดปัญหาเรื่องงบประมาณในการซ่อมบำรุงและการควบคุมการบริหารจัดการรถ 2.การเก็บค่าโดยสาร จากเดิมมีการเก็บค่าโดยสารตามลำดับ หรือ 15 บาท 20 บาท และ 25 บาท ซึ่งเป็นภาระต่อประชาชน โดยจากผลการศึกษาจะเปลี่ยนเป็นเก็บค่าโดยสาร 30 บาทต่อวัน และ 3.การปรับเส้นทางวิ่งของรถขสมก. โดยเปลี่ยนเลนจราจรของรถโดยสารประจำทางมาอยู่เกาะกลาง คล้ายถนนในประเทศเกาหลีใต้
สำหรับการเสนอแผนฟื้นฟูดังกล่าว คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2564 โดยจะมีการนำเรื่อง การปรับปรุงเส้นทางเดินรถไม่ให้ทับซ้อนกัน และเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ จำนวน 162 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางของ ขสมก. 108 เส้นทาง และเส้นทางของเอกชน 54 เส้นทาง โดย ขสมก.และผู้ประกอบการเอกชนจะนำรถมาวิ่งให้บริการประชาชนใน 4 รูปแบบ คือ Feeder, Liner, Circle และ Express เข้าการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ตามที่เลขา ครม. ตั้งข้อสังเกต
5.การพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ เพิ่มสัดส่วนการขนส่งด้วยระบบราง 30% ภายใน 3 ปี เพื่อเป็นระบบโลจิสติกส์หลักในการขนส่งสินค้า เบื้องต้นได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ภายในต้นปี 2564 ส่วนการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ทั้ง 2 เส้นทาง ประกอบด้วย รถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2566-2567
6.การพัฒนาขนส่งสินค้าทางน้ำจากท่าเรือบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปยังท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพ เพื่อลดจำนวนรถบรรทุกจากภาคใต้ที่เข้าสู่กรุงเทพฯและปริมณฑล และ 7.การส่งเสริมให้ท่าอากาศยานภูมิภาคเป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าเกษตรหรือสินค้าเน่าเสียง่ายออกสู่ตลาด โดยนำร่อง 3 ท่าอากาศยาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้มากขึ้น ได้แก่ ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี อุดรธานี อุบลราชธานี






