thansettakij
thansettakij
“IRPC” เผยกำไรขั้นต้นไตรมาส 2/63 กว่า 4.66 พันล้านบาท

“IRPC” เผยกำไรขั้นต้นไตรมาส 2/63 กว่า 4.66 พันล้านบาท

11 ส.ค. 63 | 10:30 น.

นายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ “IRPC” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/63 IRPC มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 4,669 ล้านบาท (8.46 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) เพิ่มขึ้น 27% จากต้นทุนน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมส่วนใหญ่ยังคงถูกกดดันจากความต้องการที่ปรับตัวลดลง จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด – 19

                ส่วนความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 2/63 โดยในช่วงต้นไตรมาสปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 1/63 และเริ่มฟื้นตัวในเดือนพฤษภาคม 63 ทำให้ IRPC มีกำไรจากสต๊อกน้ำมันสุทธิรวม 89 ล้านบาท หรือ 0.17 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ IRPC มีกำไรจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) จำนวน 4,758 ล้านบาท หรือ 8.63 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เทียบกับไตรมาสก่อนที่มีผลขาดทุนของ Accounting GIM จำนวน 3,146 ล้านบาท ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2563 มีผลขาดทุนสุทธิ 411 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 1 ถึง 8,494 ล้านบาท

“IRPC” เผยกำไรขั้นต้นไตรมาส 2/63 กว่า 4.66 พันล้านบาท

                อย่างไรก็ดี  คาดว่าในครึ่งปีหลังความต้องการผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันดิบครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ประมาณ 40 – 45 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งบริษัทฯ อาจได้รับประโยชน์จาก Stock gain และจากปริมาณความต้องการของตลาดจะปรับตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากการทยอยผ่อนคลายมาตรการล๊อคดาวน์ของหลายประเทศ ที่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"IRPC" เล็งเสนอขาย "หุ้นกู้" ดอกเบี้ย 3-3.5%

“IRPC” ผนึก “JPP” เจาะอุตฯชิ้นส่วนยานยนต์ - "EV"

“IRPC” เล็งออก “หุ้นกู้” 2.8 หมื่นล้าน

นายนพดล กล่าวต่อไปอีกว่า แม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ได้ส่งผลกระทบทุกภาคส่วนและก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก  แต่บริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสภายใต้วิกฤติจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมทั้งต้นทุนในการซื้อน้ำมันดิบ (Crude Premium) ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2563 ของ IRPC ปรับตัวดีขึ้น

                ทั้งนี้  เพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากสถานการณ์โควิด - 19 และสงครามราคาน้ำมันทั้งในระยะสั้น  และระยะยาว  รวมถึงรักษาความสามารถในการแข่งขันและความสามารถในการทำกำไรผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. Maintain Strong Market Position สำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ด้วยการขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศ ควบคู่ไปกับการเสาะหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในส่วนของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

                นอกจากการติดตามสินค้าคงคลังของลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเข้าถึงและรู้ถึงความต้องการของลูกค้าแล้ว IRPC ยังมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มที่ตอบโจทย์วิถีการดำรงชีวิตรูปแบบใหม่ (New Normal) และ Mega trend โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยรูปแบบ  และวิธีการทำงานร่วมกันระหว่างลูกค้า ฝ่ายการตลาด และนักวิจัยของ IRPC เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการขายผ่าน E - Commerce  

                ,2.CAPEX & OPEX Reduction จัดลำดับความสำคัญของโครงการลงทุนและปรับลดค่าใช้จ่ายดำเนินงาน  และ3. โครงการ Strengthen IRPC บริหารจัดการสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น การเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในช่วงราคาต่ำ (Strategic Crude) เพิ่มช่องทางจำหน่ายน้ำมันทั่วประเทศผ่านระบบท่อ ขุดลอกร่องทางเดินเรือรองรับเรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่  ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งน้ำมันดิบต่อหน่วย พร้อมทั้งนำระบบดิจิทัลมาใช้ทั่วทั้งองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาว