thansettakij
thansettakij
IRPCรุกนวัตกรรมเพื่อการแพทย์ช่วยโควิด

IRPCรุกนวัตกรรมเพื่อการแพทย์ช่วยโควิด

08 พ.ค. 63 | 03:38 น.
อัปเดตล่าสุด :08 พ.ค. 63 | 10:44 น.

IRPC พร้อมปรับตัวให้ทันสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ใช้ ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายพันธมิตร สร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อความมั่นคง ทางสาธารณสุขของคนไทย  

             

           นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า จากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ โดยกำหนดมาตรการต่างๆ ที่สามารถตอบสนองต่อนโยบายรัฐ เพื่อรักษาสุขอนามัยของบุคลากรบริษัทฯ และบริหารจัดการความต่อเนื่องในธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) ด้วยความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์ เพื่อดูแลตลอดห่วงโซ่ธุรกิจให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย              

บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะทำงาน Crisis Management และ Planning Ahead โดยคณะทำงาน Crisis Management  จะติดตามสถานการณ์ธุรกิจ พร้อมกำหนดนโยบายและตัดสินใจดำเนินการได้อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ โดยทำงานคู่ขนานกับคณะทำงาน Planning Ahead ที่บริหารจัดการฟื้นฟูธุรกิจหลังภาวะวิกฤต และมองหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจ    ที่รองรับเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในอนาคต

               สำหรับภารกิจสำคัญเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาต่อยอดชุด PPE อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE)  ผลิตจากผ้าสปันบอนด์ (Polypropylene spunbond) ที่สามารถป้องกันสารคัดหลั่งและเลือดไม่ให้ซึมผ่าน              ด้วยต้นทุนในการผลิตถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศถึง 60% รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมพลาสติกคลุมเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ โดยใช้วัตถุดิบผ้ากระสอบพลาสติกผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีนเกรดพิเศษ  ที่มีคุณสมบัติเหนียว แข็งแรงทนทานสูง ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศถึงเกือบ 3 เท่าตัว จากความสำเร็จต่างๆ ดังกล่าว นำไปสู่ความร่วมมือในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการสร้างห้องปฏิบัติการตรวจสอบมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการแพทย์ เพื่อยกระดับการสร้างองค์ความรู้ และการวิจัยภายในประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดการผลิตวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศทดแทนการนำเข้า  

IRPCรุกนวัตกรรมเพื่อการแพทย์ช่วยโควิด

นพดล ปิ่นสุภา

นายนพดล กล่าวอีกว่าจากสถานการณ์ที่เศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ทั้งสงครามการค้าทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลงอย่างรวดเร็วและวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ปี 2563               เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2562  บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 3,665 ล้านบาท (6.82 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) เพิ่มขึ้น 2 %จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลดลงอย่างมาก จาก 67.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในช่วงต้นไตรมาสลดลงมาอยู่ที่ 23.4 เหรียญสหรัฐฯ                   ต่อบาร์เรล ในช่วงสิ้นไตรมาสเป็นผลจากสภาวะอุปทานล้นตลาด เนื่องจากกลุ่มโอเปกและพันธมิตรไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิต ประกอบกับการหยุดทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจและมาตรการปิดเมือง (Lockdown) ของทุกประเทศ ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันสุทธิรวม 6,811 ล้านบาท หรือ 12.66 เหรียญสหรัฐฯ                 ต่อบาร์เรล ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) จำนวน 3,146 ล้านบาท หรือ 5.84 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เทียบกับไตรมาสก่อนที่มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชีจำนวน 4,341 ล้านบาท    

 ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2563 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 8,905 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อน      มีผลขาดทุนสุทธิ 513 ล้านบาท

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 2 ปีนี้ คาดว่ายังทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่องจากสิ้นไตรมาส 1         จะเป็นปัจจัยบวกส่งผลให้ต้นทุนทางการผลิตลดลง จากการได้รับประโยชน์จากราคาประกาศของ Saudi Aramco ที่มีส่วนลด (discount) ประมาณ 7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งในปัจจุบันสัดส่วนน้ำมันดิบที่ IRPC สั่งซื้อมาจาก Saudi Aramco มีประมาณร้อยละ 40 ของปริมาณการสั่งซื้อน้ำมันดิบทั้งหมด                           

บริษัทฯ ได้มีการการบริหารต้นทุน และประสิทธิภาพการผลิตอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ             จะมีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน