
แห่เชียร์ผ่อนคลายล็อกดาวน์ช่วยลดยอดคนตกงาน
แห่หนุนรัฐผ่อนคลายล็อกดาวน์ ห่วงคนตกงานพุ่งหนักระบบเศรษฐกิจจะพัง แนะคลาย lockdownลงในบางพื้นที่ โดยให้เริ่มจากพื้นที่สีเขียนก่อน
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภานายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่ารัฐบาลควรจะผ่อนคลาย คลายล็อกดาวน์(lockdown)แบบเบาๆ เพื่อลดจำนวนตัวเลขคนตกงานลงเพราะเวลานี้ในประเทศมีคนตกงานแล้วมากถึง 26.5 ล้านคน เกรงว่าถ้าไม่คลายล็อกบางส่วนจะทำให้เศรษฐกิจพัง ดังนั้นควรจะมีการคลาย lockdownลงในบางพื้นที่ โดยให้เริ่มจากพื้นที่สีเขียวก่อนเพื่อเป็นการลดจำนวนคนตกงานไม่ให้พุ่งสูงต่อเนื่อง
ธนิต โสรัตน์
“เวลานี้ตัวคนตกงานเยอะมาก จึงอยากให้มีการคลายล็อกดาวน์เบาๆเพื่อให้เศรษฐกิจบางพื้นที่ขับเคลื่อนได้ ซึ่งเบื้องต้นประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ระดับหนึ่งแล้วและเป็นที่น่าพอใจถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านและทั่วโลก
ส่วนสาเหตุที่ควรจะคลายล็อกเบาๆก่อน เพราะเวลานี้ตัวเลขการว่างงานพุ่งสูงขึ้น 26.5 ล้านคน เพราะมีคนมียื่นประกันสังคมตามมาตรา 33 จำนวนมากถึง 1.5 ล้านคน ถือว่ามากถ้าเทียบกับในภาวะปกติมีแค่ 7.7 หมื่นคนถึง 1 แสนคน มีแรงงานอิสระที่ขอ 5,000 บาทเป็นกลุ่มคนตกงานอีกจำนวน 4.9 ล้านคน และที่กำลังจ่าย 5,000 บาทภายใน 30 เมษายน 2563 อีก 3 ล้านคน ยังไม่รวมที่มาขอทบทวนสิทธิ์อีก 3.1 ล้านคน และที่มาขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก 5 ล้านคน และยังไม่นับรวมจากภาคเกษตกรอีกจำนวนหนึ่ง เป็นตัวเลขที่กดดันภาครัฐ ซึ่งเงินจะมีรองรับไม่เพียงพอ
“รัฐบาลต้องยอมผ่อนคลายโดยเปิดบางอาชีพที่เสี่ยงน้อย เช่น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ทำเกี่ยวกับอาหาร ร้านตัดผม กลุ่มค้าขายอิสระ ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ รวมถึงศูนย์การค้า กลุ่มนี้จะเกิดกิจกรรมในห้าง เช่นขายเสื้อผ้า รวมถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง อสังหาฯ ซึ่งมีแรงงานในกลุ่มนี้จำนวนมาก เชื่อว่าการคลายล็อกกลุ่มนี้ได้จะทำให้เศรษฐกิจในประเทศหมุนเวียนได้ก่อน
นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)กล่าวว่า การผ่อนคลาย lockdown เป็นการ balance ระหว่าง ภาคประชาสังคม และ ภาคเศรษฐกิจ ต้องทำอย่างระมัดระวังควรทำเป็นพื้นที่ และ ไม่ควรทำในภาพใหญ่เพราะการควบคุมจะค่อนข้างลำบาก โดยค่อยๆปลดล็อกจังหวัดสีเขียวควรจะได้รับการพิจารณาก่อน และภายในจังหวัดสีเขียว ต้องมาแยกแยะอุตสาหกรรม และจัดลำดับ โดยเริ่มเปิดอุตสาหกรรมในในจังหวัดสีเขียวก่อน ควบคู่กับมีมาตรการที่เคร่งครัด ทำเป็น sandbox เพื่อดูผลก่อน
มนตรี มหาพฤกษ์พงศ์
ส่วนอุตสาหกรรมสีเขียว และอุตสาหกรรมสีแดง คงต้องชะลอไปก่อน สำหรับจังหวัดสีเหลือง/แสด จะต้องพัฒนาตัวเองให้เป็น จังหวัดสีเขียว แล้วจึงพิจารณาผ่อนคลาย lockdownหากจังหวัดสีเขียวที่ผ่อนคลาย lockdown แล้วมีคนกลับมามีคนติด COVID19 อีก ก็จะต้อง lockdown อีก
ปัจจุบันมี 10 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับการติดเชื้อมาก่อน (สีเขียวเข้ม) ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี อ่างทองส่วนสตูลมีผู้ป่วยอยู่ใน State Quarantine
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกมาระบุช่วงก่อนสงกรานต์ว่า โอกาสการว่างงานเดือนมิถุนายนหากเอาไม่อยู่เศรษฐกิจจะหดตัวมากและรุนแรงกระทบทุกภาคส่วนตั้งแต่รายใหญ่จนไปถึงรายย่อยทำให้การว่างงานจะประมาณ 7.13 ล้านคน และหากยืดเยื้ออาจไปถึง 10 ล้านคน ขณะที่ข้อมูลของรัฐบาลคาดว่าการคัดกรอง ผู้ว่างงานจากผลกระทบไวรัสโควิด-19 ที่รัฐบาลจะต้องเยียวยาเดือนละ 5,000 บาทจะอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านคนจากจำนวนประชาชนที่ลงทะเบียนประมาณ 27 ล้านคน เพราะเกรงว่าธุรกิจจะล้มระเนระนาดมีการออกพรก. ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปล่อย “Soft Loan” ผ่านธนาคารพาณิชย์วงเงิน 5.0 แสนล้านบาทพร้อมทั้งให้มีการพักชำระหนี้ตลอดจนมาตรการอื่นๆ เป็นการทำคิวอีครั้งแรกของประเทศไทยสัดส่วนสูงถึง 10% ของจีดีพี สูงสุดเท่าที่เคยมี










