
“THG” เปิดคลินิกธนบุรี บางซื่อคัดกรองโคโรนา
"หมอบุญ"ธนบุรีเฮลท์แคร์ รับมือ สถานการณ์ไวรัสโคโรนา เฟสแรกนำที่ดิน 3ไร่ ใจกลางเมือง เปิดคลินิกธนบุรีบางซื่อ คัดกรองผู้ป่วย 50คน – CT Scan Chest Tomography ชูแนวคิด เตรียมพร้อมให้การรักษาอย่างเต็มความสามารถทั้งไทย-ต่างชาติ
ท่ามกลางการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 กระจายทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย มีความเสี่ยงเข้าสู่ ระยะที่ 3 เนื่องจาก สภาพภูมิอากาศร้อนชื้น ช่วงฤดูผลที่ยาวนาน อาจเกิดการฝักตัวกลายพันธ์ได้รวดเร็วขึ้น ทางออก แม้ว่า รัฐบาลจะ ออกมาตราการ ต่างๆรับมือ อย่างเข้มข้น แต่หากระบาดหนักถึงขั้นรุนแรง บุคคลากรทางการแพทย์และเครื่องมือที่ทันสมัยอาจไม่เพียงพอ
ล่าสุด นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ THG ผู้นำธุรกิจดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร และบริการที่มีคุณภาพด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้แนวคิด”ดูแลสุขภาพในทุกช่วงชีวิต “ เปิดเผยว่า
พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ด้วยแนวคิดการสร้างสถานพยาบาลฉุกเฉินหรือคลินิกพิเศษ ถือเป็นการเตรียมการล่วงหน้า สอดรับกับแนวทางของรัฐบาล โดยใช้ตัวอย่างของโรงพยาบาลฉุกเฉินอู่ฮั่นโมเดลจากประเทศจีน เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ในระยะ3-6เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ THG ได้เตรียมแผน สำหรับการรับมือสถานการณ์ การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา ไว้3เฟส ได้แก่
เฟส1 เปิดคลินิกคัดแยกผู้ป่วย และห้องปฎิบัติการทีทันสมัย สำหรับทำ CT Scan Chest Tomographyที่บางซื่อซึ่งจะเปิดดำเนินการทันทีหลังได้รับใบอนุญาต จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทำเลตั้งอยู่ ใกล้ทางด่วน สถานีรถไฟฟ้า และสถานีขนส่งผู้โดยสารโดยมีห้องแยกผู้ป่วย 50ห้อง ห้องพักดูอาการความจุ20 เตียง ซึ่งมีการแยกห้องตรวจระหว่างผู้ป่วยที่มีไข้หวัด ธรรมดาและผู้ป่วยที่สงสัยจะติดเชื้อออกจากกัน ซึ่งสามารถรองรับ สายการบน สถาทูต หน่วยงานข้าราชการและองค์กรต่างๆ ที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ เป็นต้น
เฟส2 โรงพยาบาลสนาม กรณีที่มีการแพร่ระบาดเข้าสู่ขั้นที่ 3 จะพัฒนาพื้นที่สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อแต่ไม่วิกฤติจำนวน200 เตียงและผู้ป่วยวิกฤติ (ไอซียู) อีก50เตียงโดยโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ จะตั้งอยู่บริเวฯฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า บนพื้นที่4ไร่ ใช้ระยะเวลาเตรียมการ6-8เดือน ที่ผ่านมาและเปิดให้บริการในอีก3เดือนข้างหน้านี้
เฟส3 โรงพยาบาลพักฟื้น สำหรับรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก ที่จำเป็นต้องรักษาตัว และฟื้นฟูร่างกายเป็นเวลานาน ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 1,000-1,500 เตียง ตามโรงพยาบาลของธนบุรี หลายแห่งทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
หมอบุญ สะท้อนต่อว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาด ของโควิด-19 ในประเทศไทยยังไม่ถึงขั้นวิกฤต เท่ากับประเทศอื่นเนื่องจากรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สำหรับการปฏิบัติตนของประชาชน ทำให้ผู้คนเกิดการตื่นตัวในการเฝ้าสังเกตอาการ และหลีกเลี่งความเสี่ยงในการติดโรค รวมถึงความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ ที่สามารถตรวจคัดกรอง ผู้ป่วยและให้การรักษา ผู้ป่วยได้อย่างเต็มกำลัง ความสามารถ
“มีข้อบ่งชี้ว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจมีการแพร่ระบาดเข้าสู่ขั้นที่ 3คือติดต่อกันเอง ในประเทศหรือในผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ หรือสัมผัสกับบุคคลที่มีเชื้ออยู่ซึ่งอาจมาจากสาเหตุหลายประการ เช่นผู้ป่วยหลายคนเป็นพาหะโดยไม่มีอาการ โรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถรองรับผู้ป่วยโควิด-19จากข้อจำกัด เรื่องสถานที่ บุคลากร ห้องปฏิบัติการ (Lab) กอปรกับการวินิจฉัยโรคในปัจจุบันยังมีจุดอ่อนหลายประการและเสี่ยงต่อการตรวจไม่พบเชื้อ หรือ ผลลบปลอม ซึ่งอาจเกิดการเก็บสารตัวอย่างในลำคอ จมูก ที่ไม่ได้มาตรฐาน การเก็บตัวอย่างไม่ถูกวิธี หรือผู้ป่วยมีเชื้อในปริมาณน้อย เพราะมีระยะฟักตัว หรือผู้ป่วยมีความคุ้มกันสูง รวมทั้งกลายพันธุ์ที่รวดเร็ว ของไว่รัสโคโรนา ที่จำเป็นต้องอาศัยเทคโนดลยีที่ทันสมัยในการตรวจ “
ปัจจุบัน การตรวจเชื้อ ไวรัสโควิด -19 มีหลายวิธี ในประเทศสิงค์โปร์ ประเทศจีน และประเทศในแถบตะวันตก นอกจากจะใช้การตรวจด้วย PCR หรือ Polymerase Chain Reaction Test เพื่อตรวจสอบภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดี ของร่างกาย แล้ว ยังใช้วิธีการตรวจทางพันธุ์กรรม (DNA) NextGeneration Sequencingด้วย เพื่อให้ได้ผลตรวจที่แม่นยำยิ่งขึ้นเพราะจะสามารถบอกชนิดของเชื้อไวรัสโควิด -19 และไวรัสตัวอื่นๆ ที่ปนมาด้วย ได้อย่างชัดเจน ซึ่งวิธีการดังกล่าวมีค่าใช้จ่าย ที่ค่อนข้างสูง ซึ่ง THG ได้เห็นความสำคัญในการเตรียมความพร้อม ทั้งบุคคลากรทางการแพทย์ เทคโนโลยี อุปกรณ์การรักษาและสถานที่สำหรับการตรวจคัดกรอง เพื่อช่วยเหลือภาครัฐ ในสถารการณ์การแพร่ระบาด
ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจจะมีการแพร่ระบาดเข้าสู่ขั้นที่3 ทำให้จำนวนผู้ป่วยต่อวันเพิ่มขึ้น อย่างประเทศ อิตาลี อิหร่าน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถรองรับและดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง






