
บิ๊กธุรกิจมองศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน ตัวแปรใหม่เขย่าขาศก.โลก
เอกชนแหยง ปัจจัยลบใหม่โผล่ ค่าย “โตโยต้า”ยอมรับค้าขายยากขึ้น ส.อ.ท.ลั่นบรรยากาศการค้าโลกไม่สดใสตามที่คิดไว้แต่แรก หลังเจอวิกฤติใหม่ซ้อนวิกฤติเทรดวอร์จีน-สหรัฐฯ
“ฐานเศรษฐกิจ” สำรวจปฎิกิริยาของนักธุรกิจไทย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าปัญหาศึกระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นต้องเฝ้าระวังเป็นลำดับต้นๆ และหากถามว่าขณะนี้ภาคเอกชนหวั่นวิตกอะไรมากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกปี2563 เสียงสะท้อนส่วนใหญ่มองไปในทิศทางเดียวกันไล่ตั้งแต่ นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มองว่าครึ่งปีแรกปี2563 มี 5 สิ่งที่น่าเป็นห่วงและอุตสาหกรรมยานยนต์จะต้องรับมือให้ได้ ไล่ตั้งแต่ 1.การระเบิดศึกระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งอนุมัติให้กองทัพสหรัฐฯปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ส่งโดรนพิฆาต ยิงขีปนาวุธโจมตีขบวนรถของนายพล คาเซม โซไลมานี่ ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติแห่งอิหร่าน ทำให้โลกต่างจับตาดู ความเคลื่อนไหวล่าสุดอิหร่านชักธงแดงขึ้นสู่ยอดเสาสุเหร่า “ครั้งแรก” เพื่อประกาศล้างแค้น หลังการเสียชีวิตของนายพลคนสำคัญ กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่เข้ามา
2.ปัญหาบาทแข็งค่า ที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าสูงกว่า 20% ภาคอุตสาหกรรมก็พยายามลดต้นทุน แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงเสียดทานจากบาทแข็งค่าได้ 3.เศรษฐกิจฐานรากที่ไม่ค่อยดี มาจาก2ตัวแปรหลักคือราคาพืชผลทางการเกษตรไม่ดี และหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น 4.สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ที่โยงมาถึงเศรษฐกิจโลกซบเซาในช่วงครึ่งปีแรก 5. ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ที่อาจจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจขยับตัวได้ช้า
นินนาท ไชยธีรภิญโญ
จากปัญหาทั้งหมดนี้ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ที่ค้าขายลำบากมากขึ้น จากเดิมผลิตเพื่อส่งออกเป็นสัดส่วน 55% ได้กำไรจากการส่งออกมาชดเชยกับการขายในประเทศที่มีกำลังซื้อน้อยกว่า หรือมีสัดส่วนขายในประเทศ 45% พอการส่งออกสดุด ยิ่งกระทบต่อการขาย
“เวลานี้ผู้ประกอบการค่ายรถต้องรีบปรับตัว จากเดิมขายรถครั้งเดียวจบ ต่อมาเพิ่มบทบาทในการให้บริการหลังการขาย เป็นรายได้ตัวที่2 ที่เข้ามา และรายได้ส่วนที่3 ต้องปรับตัวหารายได้จากรูปแบบใหม่ เช่น ให้บริการอัพเดรทซอฟต์แวร์โปรแกรมให้ไฮเทคขึ้น โดยขยายบริการชนิดใหม่ ด้านเทคโนโลยี ด้านข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น นอกจากนั้นเป็นปัจจัย
นายวิกรม วัชระคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ทำให้หวั่นวิตกว่าจะกลายเป็นตัวแปรใหม่ ที่มีความรุนแรง และซ้ำเติมเศรษฐกิจโลก อีกทั้งเมื่อราคาน้ำมันขยับสูงขึ้น ก็ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายจากภาคการผลิตและภาคการบริโภคสูงขึ้นตามกันไป ในขณะที่สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนก็ยังไม่สงบ อีกทั้งปัญหาบาทแข็งค่า ซึ่งที่ผ่านมาเราไปเน้นที่การลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก ส่วนงบการลงทุนภาครัฐแทนที่รัฐจะพึ่งเอกชนให้มาลงทุนแทน ก็ควรจะมีงบการลงทุนจากการลงทุนจากภาครัฐเกิดขึ้นด้วย เช่นการลงทุนด้านระบบน้ำ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น
วิกรม วัชระคุปต์
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานงานส่งเสริม-สนับสนุนอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผลกระทบกรณีความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐฯทำให้การคาดการณ์ทางเศรษฐกิจเปลี่ยน เมื่อปลายปีไอเอ็มเอฟบอกว่าจีดีพีโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 3% เป็น3.4% พอเกิดปัญหาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ทำให้เกิดวิกฤตใหม่ซ้อนวิกฤตเทรดวอร์จีน-สหรัฐฯ บรรยากาศการค้าโลกไม่สดใสตามที่คิดไว้ ทั่วโลกจะต้องเฝ้าระวังผลที่จะตามมา ทำให้การค้าการลงทุนไม่สดใส ส่งผลกระทบถึงภาคท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะรู้สึกไม่ปลอดภัย
เกรียงไกร เธียรนุกุล
“โดยส่วนตัวยังไม่คิดว่าจะเกิดสงครามโลก แต่จะเป็นสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ค่าประกันความเสี่ยงก็สูงขึ้นล้วนเป็นต้นทุนในภาคการผลิต การค้า และสหรัฐฯอาจมีความเสี่ยงจากเหตุวินาศกรรม”








