
เลื่อน MOU ให้เงินกู้อีอีซี จีน-ญี่ปุ่นรอรัฐบาลใหม่
ครม.ไฟเขียวร่างเอ็มโอยู 2 ฉบับเก้อ หลัง CDB และ JBIC ของจีนและญี่ปุ่น ที่ให้การสนับสนุนเงินกู้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ขอเลื่อนการลงนามไม่มีกำหนด คาดรอให้ไทยจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ ดึง 3 ผู้นำประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน
จากที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) China Development Bank (CDB) และ Japan Bank for International Cooperation (JBIC) ประกอบด้วยร่าง MOU 2 ฉบับได้แก่ 1.เพื่อผลักดันโครงการลงทุนของญี่ปุ่นและจีนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี โดย สกพอ.จะจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับโครงการลงทุนต่าง ๆ ในพื้นที่อีอีซี และประสานงานกับหน่วยงานฝ่ายไทยที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ CDB และ JBIC จะเป็นผู้ชักจูงและให้การสนับสนุนด้านการเงินกับภาคเอกชนจีนและญี่ปุ่นที่ต้องการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ EEC ตามลำดับ โดยจะให้ความสำคัญกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นอันดับแรก
2. การเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันโครงการลงทุนในพื้นที่อีอีซี เพื่อพัฒนาความเชื่อมโยงทางด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศไทยและอนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขง โดยร่างบันทึกความเข้าใจนี้จะช่วยให้สกพอ. สามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายภาครัฐและเอกชนของ CDB และ JBIC ในการชักจูงบริษัทเอกชนจีนและญี่ปุ่นที่มีศักยภาพให้ลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่อีอีซี และจะเป็นประโยชน์สำหรับการสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจให้กับภาคเอกชนไทยด้วย นอกจากนี้ร่างบันทึกความเข้าใจได้กำหนดให้มีการประสานงานระหว่าง 3 ฝ่ายอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่อีอีซี โดยบริษัทเอกชนจีนและญี่ปุ่นอย่างเป็นรูปธรรม
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยว่า เอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ เกิดขึ้นภายใต้ แนวทางการสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศที่ 3 ที่จีนและญี่ปุ่นได้มีการลงนามกันไว้ โดยครม.ได้มอบหมายตัวเองให้เป็นผู้ลงนามในเอ็มโอยูดังกล่าว จากเดิมมีกำหนดจะลงนามในวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 เนื่องจากทาง CDB และ JBIC เป็นรัฐวิสาหกิจทั้งคู่ มีการจัดประชุม Joint Workshop For Japan-China cooperation in Third Countries ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ทาง CDB และ JBIC เห็นว่าการลงนามดังกล่าวเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือเกี่ยวกับองค์การระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันรัฐบาลไทย จึงได้ขอเลื่อนกำหนดวันลงนาม ออกไปก่อน เพื่อให้ผู้นำของ 3 ประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยานร่วมกัน
สำหรับความร่วมมือระหว่างจีนและญี่ปุ่นครั้งนี้ ถือว่ามีส่วนสำคัญต่อการผลักดันความสำเร็จของรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และยังสามารถนำไปสู่ความร่วมมือในโครงการพัฒนาด้านอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
หน้า 5 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3473 วันที่ 26-29 พฤษภาคม 2562







