
แก้ราคาปาล์มตกต่ำ ดึงประชาชนแบกรับค่าไฟพุ่งทั่วหน้า กปน.ไฟเขียวเอาไปเผาอีก 2 แสนตัน
ผู้บริโภค เตรียมแบกรับภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มอีก หลังกนป.มอบกฟผ.ซื้อน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มอีก 2 แสนตัน เผาในโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 2 แสนตัน โดยใช้เงินของกฟผ.ซื้อ เป็นต้นทุนเพิ่ม ต้องส่งผ่านสู่ค่าไฟฟ้า ขณะที่ปตท.และบากจาก พร้อมเปิดปั๊มบี 10 และบี 20 เพิ่ม ขณะที่ ธพ.รอการตอบรับจากค่ายรถยนต์ก่อนประกาศมาตรฐานบี 10 พ.ค.นี้
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลัง การประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมฯ เห็นชอบแนวทางการช่วยเหลือยกระดับราคาปาล์ม โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เพิ่มเติมอีก 200,000 ตัน จากเดิมซื้อไปแล้ว 160,000 ตัน เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง เพื่อช่วยกระตุกราคาขึ้น มีเป้าหมายจะผลักดันราคาผลปาล์มดิบเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 3 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งกนป.จะนำเรื่องนี้เสนอให้ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี อนุมัติในวันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2562 นี้
“กนป.ให้ กฟผ.เร่งรับซื้อซีพีโอ 200,000 ตัน แบ่งเป็นการรับซื้อเดือนพฤษภาคมนี้ 100,000 ตัน และเดือนมิถุนายนอีก 100,000 ตัน โดยรับซื้อราคาตลาด เพื่อหวังลดปริมาณซีพีโอ เพื่อดึงราคาผลปาล์มที่ตกต่ำขึ้นมาโดยเร็วสุด ซึ่งต้นทุนการรับซื้อครั้งนี้ให้เป็นเงินของ กฟผ.ที่ให้นำมาคำนวณรวมเป็นต้นทุนค่าเอฟที ไม่ใช่รูปแบบเดิมที่รับซื้อ 160,000 ตัน ที่ไม่กระทบค่าไฟฟ้าของภาคประชาชน เพราะเงินส่วนหนึ่งมาจากเงินกองทุนส่งเสริมการส่งออกกระทรวงพาณิชย์ 525 ล้านบาท และอีกส่วนหนึ่งเป็นงบรายจ่ายเพื่อสังคม (PSA) 829 ล้านบาท ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะเป็นผู้พิจารณาต้นทุนว่าจะกระทบค่าไฟฟ้ามากน้อยเพียงใด เบื้องต้นต้นทุนการขนส่งและสต็อกซีพีโอนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 90 สตางค์/กิโลกรัม”
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า นโยบายของนายกรัฐมนตรีกำชับให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องทำงานเป็นทีม ประสานงานใกล้ชิด เร่งลดปริมาณน้ำมันดิบส่วนเกิน ทั้งมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ นอกจากใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ก็ต้องการส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้มากที่สุด รวมทั้งการเข้มงวดตรวจสอบสตอกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือให้เป็นผลรูปธรรมโดยเร็ว
ขณะที่นายสมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บมจ.บางจากคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ในวันนี้ได้เข้าพบนางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อขอรับทราบนโยบายเกี่ยวกับไบโอดีเซลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยทางบางจากฯ พร้อมช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม ก็เป็นกังวลเกี่ยวกับจำนวนถังน้ำมันที่จะรองรับ เพราะจะมีน้ำมันไบโอดีเซลถึง 4 เกรด ได้แก่ บี7, บี10, บี20 และพรีเมี่ยม โดยเดือนเมษายนบางจากฯ ร่วมช่วยเหลือเปิดปั๊มจำหน่วยบี 20 ไปแล้วถึง 120 แห่ง พบว่าทางผู้ใช้กระบะและรถบรรทุกตอบรับเป็นอย่างดี หากกระทรวงพลังงานยืดระยะเวลาเพิ่มส่วนต่างระหว่างบี 20 และบี 7 ในอัตรา 5 บาท/ลิตร ต่อไปจากกำหนดเดิมจะสิ้นสุดสิ้นเดือนพฤษภาคม 2562 จะช่วยให้มีการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น
"ขณะนี้ราคาน้ำมันอยู่ในช่วงราคาสูง หากดึงดูดให้เกิดการใช้บี 20 ด้วยราคาส่วนต่างกับบี 7 ในอัตรา 5 บาท/ลิตรต่อไปก็จะดึงดูดให้เกิดการใช้บี 20 มากขึ้นต่อเนื่องและส่งผลให้ช่วยดูดซับซีพีโอ เป็นผลดีต่อเกษตร ส่วนทางบางจากฯ จะขายผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซลประเภทไหนบ้าง ก็คงต้องดูนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนและดูทิศทางความต้องการของลูกค้าแต่ละพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันบางจากฯ มีปั๊มประมาณ 1,200 แห่งทั่วประเทศและครองยอดขายดีเซลเป็นอันดับ 2 ของประเทศที่ 256 ล้านลิตร/เดือน" นายสมชัย กล่าว
นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมฯพร้อมประกาศมาตรฐานน้ำมันทางเลือกบี 10 ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะนี้รอเพียงคำตอบรับของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ อย่างเป็นทางการเท่านั้นที่พร้อมจะใช้บี 10 หลังจากสมาคมยานยนต์ญี่ปุ่น ให้การตอบรับว่ารถยนต์สามารถใช้บี 10 ได้ ซึ่งในส่วนของผู้ค้าน้ำมันคงจะต้องเลือกว่าปั๊มใดจะจำหน่ายน้ำมันประเภทใดบ้าง ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า หากรถยนต์เพิ่มการใช้บี 10 บี 20 ได้ก็จะดูดซับปาล์มได้มากขึ้น จากความต้องการน้ำมันกลุ่มดีเซลอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านลิตร/วัน
นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือพีทีทีโออาร์ กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการวางแผนว่าจำว่าจะวางกลยุทธ์การจำหน่ายกลุ่มดีเซลที่จะมีทั้ง 4 ผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไร จากปั๊มที่มีอยู่ 1,700 แห่ง โดยพร้อมที่จะเปิดขายบี 20, บี10 ซึ่งปัจจุบันเปิดขายบี 20 ไปแล้วถึง 30 แห่ง และในการดูดซับปาล์มขณะนี้มีการรับซื้อบี 100 มาเก็บสำรองไว้รวมกว่า 100 ล้านลิตร หากค่ายรถยนต์ให้การรับรองการใช้ไบโอดีเซลหรือบี 100 ผสมในน้ำมันดีเซลในสัดส่วนที่สูงขึ้น จะทำให้ผู้ใช้รถเกิดความมั่นใจและมีความต้องการใช้น้ำมันดีเซลบี 10 และบี 20 นปริมาณสูงขึ้นด้วย







