
ไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน เจรจาซีพีจบ 26 เม.ย.นี้ ชงครม.ไฟเขียวพ.ค.62
อีอีซียัน รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน การเจรจากับกลุ่มซีพีบรรลุข้อตกลง 26 เม.ย.นี้ พร้อมนำเสนอครม.ไฟเขียวและรฟท.ลงนามในสัญญาได้ภายในพ.ค.62 ขณะที่โครงการท่าเรือมาบตาพุด เจาจากับกลุ่มกัลฟ์และปตท.ได้ข้อยุติในเม.ย.นี้ ส่วนโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก แล้วเสร็จพ.ค.62
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมกพอ.มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 23 เมษายน 2562 ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงาน โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ได้แก่ 1.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ ได้ประกาศเชิญชวนการลงทุนร่วม ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน 2562 มีเอกชนซื้อเอกสารประมูลจำนวน 31 ราย แต่มีเอกชนยื่นข้อเสนอโครงการฯ มาเพียง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (กลุ่ม BSR) และ กลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH)
ทั้งนี้ การประเมินข้อเสนอได้แล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 กลุ่ม CPH เป็น“ผู้ยื่นข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทนที่ผ่านการพิจารณา” และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้นำเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจากับกลุ่ม CPH โดยเจรจาร่างสัญญาร่วมลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 6 ครั้ง และประชุมคณะทำงานย่อยเพื่อเจรจาสัญญาไปแล้วทั้งสิ้น 5 ครั้ง ซึ่งจะบรรลุข้อตกลงในการเจรจาภายใน 26 เมษายน 2562 นี้
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการต่อไป การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะจัดส่งร่างสัญญาร่วมลงทุนที่เจรจากับผู้ผ่านการประเมินให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา โดยสำนักงานอัยการสูงสุดจะแจ้งผลการตรวจพิจารณาโดยเร็วต่อ รฟท. และหลังจากนั้นสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จะเสนอผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุน ให้ กพอ. พิจารณา อีกครั้ง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ และส่งเรื่องกลับมาให้รฟท.ลงนามสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือก โดยคาดว่าขั้นตอนทั้งหมด จะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2562
“โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นรูปแบบการร่วมทุนกับเอกชน (PPP) โดยภาครัฐลงทุนน้อยที่สุด เพื่อภาครัฐจะได้ประหยัดงบประมาณ โดยสามารถนำงบประมาณไปใช้พัฒนาคนและบริการขั้นพื้นฐานของผู้มีรายได้น้อย และประชาชนในด้านอื่น”
นายคณิศ กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการอื่นๆ มีความคืบหน้าเป็นลำดับ โดยโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯได้เปิดรับให้เอกชนยื่นข้อเสนอโครงการฯ ในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ยื่นข้อเสนอ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส (BBS Joint Venture) กลุ่ม Grand Consortium และกลุ่มกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จากัด และพันธมิตร
ขณะนี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ อยู่ระหว่างการประเมินขัอเสนอ และคาดว่าจะพิจารณาข้อเสนอแล้วเสร็จ และประกาศผลผู้ผ่านการประเมินที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดได้ภายในพฤษภาคม 2562
ส่วนโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯได้เปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอโครงการฯ และมีผู้ซื้อเอกสารจำนวน 18 ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 มีเอกชนยื่นข้อเสนอ จำนวน 1 กลุ่มคือ กลุ่มกิจการร่วมค้า ได้แก่ กัลฟ์และพีทีทีแทงค์ ขณะนี้ คณะกรรมการคัดเลือกอยู่ระหว่างการประเมินข้อเสนอ คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเจรจากับภาคเอกชนได้ภายในเดือนเมษายน 2562
นอกจากนี้ โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯได้เปิดรับให้เอกชนยื่นข้อเสนอโครงการฯ มีเอกชนซื้อเอกสาร 35 ราย เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 แต่มีภาคเอกชนยื่นข้อเสนอ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มกิจการร่วมค้า จีพีซี (กลุ่ม GPC) และกลุ่มกิจการร่วมค้า เอ็นซีพี (กลุ่ม NCP) ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกอยู่ระหว่างการประเมินข้อเสนอ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2562







