
WHA ปั้นนิคมฯ ใหม่ ดึง 3 กลุ่มอุตฯ 5 ปี ลงทุน 1.46 แสนล้าน
'ดับบลิวเอชเอ' เปิดตัวนิคมฯ แห่งใหม่ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 จ.ชลบุรี หวังดึง 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ และการบิน-โลจิสติกส์ ลงทุน 1.46 แสนล้านบาท ใน 5 ปี หลังประเดิมดึงทุนจีนตั้งโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์เกือบ 2 หมื่นล้านบาท
นิคมอุตสาหกรรม "ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3" บนเนื้อที่ 2,198 ไร่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ของกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับการประกาศเป็นเขตส่งเสริมพิเศษเพื่อกิจการอุตสาหกรรมเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา โดยได้เริ่มการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในระยะแรกตั้งแต่ปี 2561 และได้เปิดรับลูกค้ารายแรกเป็น บริษัท พรินซ์ เฉิงซาน ไทร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือเฉิงซาน กรุ๊ป จากประเทศจีน เนื้อที่ 280 ไร่ เพื่อตั้งโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ ด้วยเงินลงทุนราว 1.9 หมื่นล้านบาท ที่จะเริ่มก่อสร้างได้ในเดือน เม.ย. นี้
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นิคมฯ แห่งนี้ จะใช้งบในการพัฒนาราว 5 พันล้านบาท โดยเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2561 จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดในปี 2563 ซึ่งในระยะแรกสามารถรองรับนักลงทุนได้แล้ว ตั้งเป้าหมายการขายพื้นที่ในปีนี้ไว้ราว 300-500 ไร่ และคาดว่าจะขายหมดในระยะเวลา 5 ปี ตามแผนที่วางไว้ ว่า จะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนราว 1.46 แสนล้านบาท ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต คาดจะมีเม็ดเงินมาลงทุน 8.44 หมื่นล้านบาท อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ เม็ดเงินลงทุน 2.58 หมื่นล้านบาท และอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม 3.61 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เห็นว่า นโยบายอีอีซีมีส่วนสำคัญที่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในอีอีซีมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเห็นภาพการลงทุนชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้ง 5 โครงการ ได้ผู้ลงทุนและสถานการณ์การเมืองเริ่มมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะนักลงทุนจีนให้ความสนใจจำนวนมาก เห็นได้จากช่วงปีที่ผ่านมามีสัดส่วนเข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมของบริษัทอยู่ที่ 3% และปีนี้ คาดว่าจะขับขึ้นมาอยู่ที่ 7% ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากผลกระทบจากสงครามการค้า ในขณะที่ 'ญี่ปุ่น' ไม่ว่านักลงทุนรายเก่าและรายใหญ่ เริ่มมีการขยายกำลังการผลิตหรือขยายฐานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศมีเม็ดเงินลงทุนโดยรวมเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 5% และในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 10%
หน้า 5 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3458 ระหว่างวันที่ 4 - 6 เมษายน 2562







