thansettakij
thansettakij
ยื่นสมุดปกขาวขอ"บิ๊กตู่"หนุนหอการค้ามุ่ง"Trade and Services 4.0"

ยื่นสมุดปกขาวขอ"บิ๊กตู่"หนุนหอการค้ามุ่ง"Trade and Services 4.0"

01 ธ.ค. 61 | 11:37 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ธ.ค. 61 | 23:32 น.
 

หอการค้าไทยเตรียมยื่นสมุดปกขาว”บิ๊กตู่” ขอรัฐหนุนแนวทางการทำงานของหอการค้า เพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนร่วมกัน

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แถลงข่าวผลการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ว่า ปีนี้เป็นปีที่ หอการค้าไทยครบรอบ 85 ปี โดยการสัมมนาปีนี้มีธีม(Theme) งานคือ “85 ปี แห่งความทุ่มเท ให้ไทยเท่ ไทยเท่าเทียม ไทยยั่งยืน” เพื่อสะท้อนภาพการดำเนินงานขององค์กรที่มีมายาวนานกว่า 85 ปี ซึ่งแนวทางต่อไปทางหอการค้าจะผลักดันเรื่อง Trade and Services 4.0 โดยเน้นใน 3 Value Chain ด้วยกัน คือ ด้านการค้าการลงทุนด้านการเกษตรและอาหารและด้านท่องเที่ยวและบริการ

DSC_2416
อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทยได้จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมต่าง ๆ ในรูปแบบของ Radar Chart ซึ่งได้แบ่งเป็น 2 ด้านคือ ด้านเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และด้านเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีโครงการเป็น 3 ประเภทคือ 1.โครงการที่ผลักดันและเสนอแนะให้ภาครัฐดำเนินการ เช่น โครงการบึงสีไฟ กว๊านพะเยา ทะเลสาบสงขลา 2.โครงการที่ร่วมดำเนินการทำกับภาครัฐและหน่วยงานร่วม เช่น โครงการทัวร์ริมโขง 2.โครงการที่ดำเนินการเอง โดยโครงการทั้งหมดนี้จะขับเคลื่อนทั้งในระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ระดับภาค รวมถึงภาพรวมประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ หอการค้าไทยมีโครงการหลักที่ให้ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องกับแต่ละหอการค้าจังหวัด ได้แก่ 1 หอการค้าดูแลอย่างน้อย 1 ท่องเที่ยวชุมชน, 1 หอการค้าดูแลอย่างน้อย 1 สหกรณ์การเกษตร ,1 ไร่ได้เงิน 1 แสน ซึ่งทางหอการค้าไทยกำลังศึกษา Model ที่ให้สามารถทำได้ถึง "1 ไร่ ได้เงิน 1 ล้าน" การสร้าง Brand ร่วมกันให้เข้มแข็งเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรเช่นงานแสดงสินค้าหอการค้าแฟร์ที่ปีนี้ได้มีการจัดไปแล้วที่เชียงใหม่และจะขยายผลต่อไปยัง จังหวัดของแก่นและสงขลาในปีหน้าเป็นต้น และส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าไทย
“หอการค้าฯจะเป็นตัวช่วยและผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้โต โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจของไทยจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4 % ซึ่งทางหอฯจะเร่งส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันให้ภาคเอกชนและลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ทั้งนี้ผลการสัมมนาทางหอการค้าฯจะทำหนังสือปกขาวยื่นให้พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป”นายกลินท์ กล่าว

DSC_2408
นายสาโรช ชยาวิวัฒน์กุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในการที่จะเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)ของประเทศไทย มีความไม่เข้าใจถึงความแตกต่างใน 3 ส่วนคือTechnology Application และ Infrastructure ทำให้ทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ทราบบทบาทที่ชัดเจนว่า ควรทำเรื่องอะไรที่ส่งผลต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัล

ดังนั้น ทางหอการค้าฯเห็นว่าภาครัฐควรเน้นการทำ Infrastructure แล้วให้เอกชนมาทำต่อด้าน Tech และ Application และภาครัฐควรมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ Digital Economy ซึ่งภาครัฐควรเปิดข้อมูลให้เอกชนเข้าถึง ทั้งด้าน Infrastructure และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเร่งสนับสนุนการพัฒนาและต่อยอดโดยภาคเอกชน โดยเฉพาะการนำระบบ AI มาใช้บริหารจัดการเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ บนฐานข้อมูลแบบ Big Data ที่สามารถประมวลผล วิเคราะห์ และนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง เป็นระบบ และเชื่อถือได้

ที่สำคัญเมื่อมองไปถึงเวทีการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน ซึ่งประเทศไทยจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในปีหน้านั้น ทิศทางของกลุ่มอาเซียนจะมุ่งเป้าไปสู่การเป็นDigital ASEAN ซึ่งมีแนวทางสำคัญ อาทิ การจัดทำ ASEAN Innovation Roadmap และการพัฒนาทักษะแรงงานรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น ทั้งนี้ ประเด็นการพัฒนาทักษะทักษะแรงงานและบุคลากรรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นปัจจัยที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัว รวมทั้งให้มี Cloud Service Provider ของตัวเองเพื่อความปลอดภัยระบบNetwork ของประเทศ และ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับตัว โดยการนำ Technologyและ Process สมัยใหม่มาช่วยทั้งลดต้นทุนและขยายโอกาสสร้างช่องทางใหม่ๆ และการจัดทำ Master Plan และ Roadmap ของ Thailand Digital Platform in Trade and Servicesโดยหอการค้าไทย เพื่อเป็นกลไกภาคเอกขน ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าและบริการด้วย Platform Digital

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาธุรกิจเกษตรและอาหาร ทั้งการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ การบริหารพื้นที่เกษตรกรรมตามแผนที่การเกษตรเชิงรุก การบริหารทรัพยากรน้ำ การส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารไทยทั้งปี 2561 มูลค่าการส่งออกคาดว่าจะมีมูลค่า 1,070,000 ล้านบาท โดยนโยบายของรัฐบาลหอการค้าไทยก็ได้ร่วมทำงานกับภาครัฐมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามเอกชนเป็นห่วงแรงงานภาคเกษตรในปีนี้เนื่องจากแรงงานภาคเกษตรหายไปมากหากยังไม่สามารถแก้ไขราคาสินค้าเกษตรได้ อาจทำให้สูญเสียแรงงานภาคเกษตรจำนวนมาก ซึ่งน่าเป็นห่วง เดิมแรงงานภาคการเกษตรมี 12 ล้านคน ปีนี้เหลือ 11.78 ล้านคนหรือคิดเป็น 31.5 % ของแรงงานทั้งหมด ส่วนรายรับ-รายจ่ายของครัวเรือนภาคเกษตรยังต่ำไม่สมดุลกัน ดังนั้นรัฐบาลต้องหาวิธีการเพิ่มราคาให้สินค้าเกษตร

ขณะเดียวกัย หอการค้าฯจะส่งเสริมธุรกิจและอาหารของไทยสู่ Global Value Chalns ซึ่งจะเป็นการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เช่น การส่งเสริมการผลิต ที่ผ่านมาหอการค้าฯได้มีลงนามความร่วมมือกับสภาเกษตกรแห่งชาติทั้งด้านผลิตและการตลาด การพัฒนาและส่งเสริมการปลูกพืชที่มีระดับราคาสูงเพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร เป็นต้น

73652

นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยในแต่ละปีมีรายได้หมุนเวียนปีละ 3 ล้านล้านบาท ในปีนี้หอการค้าไทยคาดว่านักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียจะฟื้นตัวในช่วงไฮซีซั่นต่อเนื่องไปต้นปี 2562 คาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 37-38 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5-7 % และในปี 62 หอการค้าคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น 3-6% หรือมีจำนวน 39-40 ล้านคนและมองไปใน 20 ปีข้างหน้ามั่นใจว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเท่ากับจำนวนประชากรประเทศไทย 60-70 ล้านคน แต่ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว ขณะที่หอการค้าฯเองจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการรักษาเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว