
เปิดเบื้องหลัง ล้มดีลเจรจา "ซีพี-เบียร์ช้าง" ตั้งบริษัทร่วมค้ากับสถาบันเกษตรกรซื้อใจชาวสวนยาง
- 2 พ.ค. 61 - จากกรณี "ฐานเศรษฐกิจ" ฉบับที่ 3,360 วันที่ 26-28 เมษายน 2561 เสนอข่าว ""ดึงซีพี-ไทยเบฟ" ร่วมค้ายาง กยท.ดอดเจรจาลับหลังปิดดีลบริษัทร่วมทุน 5 เสือ" นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ กรรมการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้มีหนังสือสั่งการด่วนที่สุด ถึงกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ เลขที่ กษ 2900.03/0075 ลงวันที่ 27 เมษายน 2561 โดย กยท.ขอชี้แจงข้อมูลดังกล่าวเนื้อหาในการนำเสนอข่าวดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนด้านเนื้อหาข่าวสาร ต่อสาธารณชน จึงขอให้ทางบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจทบทวนการนำเสนอประเด็นข่าวดังกล่าวด้วย
นายเพิก เลิศวังพง อดีตประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชยสท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าในวันที่มีการเจรจา (วันที่ 23 เม.ย. 61) ระหว่างผู้แทนเครือซีพี และผู้แทนจากบริษัท เทอราโก เฟอร์ติไลเซอร์ฯ ในเครือไทยเบฟเวอเรจ ที่สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีความสนใจจะร่วมทุนกับ กยท.ในการซื้อขายยางพารานั้น เป็นวันเดียวกันกับที่นายเยี่ยมนัดหารือย่อยกับตัวแทนเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร เพื่อหาทางออกร่วมกันในการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ซึ่งผมอยู่ด้วย วันนั้นนายเยี่ยม หันมาถามความคิดเห็น
"ผมบอกไปตรง ว่าไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะเครือซีพี จะว่าผมอคติก็ได้ผมยอมรับเพราะผมไม่คิดว่าพ่อค้าจะช่วยชาวสวน แต่ถ้าร่วมกับสถาบันเกษตรกร นอกจากจะได้เสียงเชียร์แล้วจะได้ความร่วมมือทั้งประเทศ นี่แหละที่มาของการร่วมไม้ร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 นับว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นชาวสวนยางตื่นตัว พร้อมที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือจากทุกกลุ่ม"
สอดคล้องกับนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรแห่งประเทศไทยไทย (สยยท.) กล่าวว่า วันนั้นดีใจที่นายเยี่ยมก็ออกตัวเลยว่าอยากจะร่วมทุนกับสถาบันเกษตรกรมากกว่า เพราะหากลงทุนกับเอกชนภาพลักษณ์ไม่ต่างจากบริษัทร่วมทุนยางพารากับ 5 บริษัทค้ายางรายใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งผมเห็นด้วยทันที ที่ผ่านมาทาง สยยท. ได้พยายามเสนอมาโดยตลอด นับตั้งแต่วันแรกที่ พ.ร.บ.ฯ ประกาศใช้ฯ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558 แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีผู้บริหารคนไหนที่รับฟัง และนำไปปฏิบัติจริง แต่นี่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศพร้อมที่จะช่วยเหลือและเป็นกองหนุน
"ผมรู้สึกห่วงรักษาการคนใหม่ ที่เข้ามาแก้ปัญหาที่ทับถมมาจากผู้ว่าฯ คนก่อน แต่ที่น่าสลดใจที่สุดจากคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ายผู้ว่าฯ ไปนั่งรับเงินเดือน 1.3 แสนบาท/เดือน โดยไม่ต้องทำอะไรไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่รักษาการผู้ว่าฯ ต้องมานั่งรับผิดชอบมาสะสางปัญหาโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน แล้วอย่างนี้จะมีกำลังใจแก้ปัญหาอย่างไรผมอยากให้ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฎา บุญราช และ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานบอร์ด กยท.ฯ จะต้องลงมาดูแล แล้วรีบแก้ปัญหาโดยเร็ว"
นายเพิก เลิศวังพง อดีตประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชยสท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าในวันที่มีการเจรจา (วันที่ 23 เม.ย. 61) ระหว่างผู้แทนเครือซีพี และผู้แทนจากบริษัท เทอราโก เฟอร์ติไลเซอร์ฯ ในเครือไทยเบฟเวอเรจ ที่สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีความสนใจจะร่วมทุนกับ กยท.ในการซื้อขายยางพารานั้น เป็นวันเดียวกันกับที่นายเยี่ยมนัดหารือย่อยกับตัวแทนเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร เพื่อหาทางออกร่วมกันในการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ซึ่งผมอยู่ด้วย วันนั้นนายเยี่ยม หันมาถามความคิดเห็น
"ผมบอกไปตรง ว่าไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะเครือซีพี จะว่าผมอคติก็ได้ผมยอมรับเพราะผมไม่คิดว่าพ่อค้าจะช่วยชาวสวน แต่ถ้าร่วมกับสถาบันเกษตรกร นอกจากจะได้เสียงเชียร์แล้วจะได้ความร่วมมือทั้งประเทศ นี่แหละที่มาของการร่วมไม้ร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 นับว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นชาวสวนยางตื่นตัว พร้อมที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือจากทุกกลุ่ม"
สอดคล้องกับนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรแห่งประเทศไทยไทย (สยยท.) กล่าวว่า วันนั้นดีใจที่นายเยี่ยมก็ออกตัวเลยว่าอยากจะร่วมทุนกับสถาบันเกษตรกรมากกว่า เพราะหากลงทุนกับเอกชนภาพลักษณ์ไม่ต่างจากบริษัทร่วมทุนยางพารากับ 5 บริษัทค้ายางรายใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งผมเห็นด้วยทันที ที่ผ่านมาทาง สยยท. ได้พยายามเสนอมาโดยตลอด นับตั้งแต่วันแรกที่ พ.ร.บ.ฯ ประกาศใช้ฯ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558 แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีผู้บริหารคนไหนที่รับฟัง และนำไปปฏิบัติจริง แต่นี่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศพร้อมที่จะช่วยเหลือและเป็นกองหนุน
"ผมรู้สึกห่วงรักษาการคนใหม่ ที่เข้ามาแก้ปัญหาที่ทับถมมาจากผู้ว่าฯ คนก่อน แต่ที่น่าสลดใจที่สุดจากคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ายผู้ว่าฯ ไปนั่งรับเงินเดือน 1.3 แสนบาท/เดือน โดยไม่ต้องทำอะไรไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่รักษาการผู้ว่าฯ ต้องมานั่งรับผิดชอบมาสะสางปัญหาโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน แล้วอย่างนี้จะมีกำลังใจแก้ปัญหาอย่างไรผมอยากให้ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฎา บุญราช และ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานบอร์ด กยท.ฯ จะต้องลงมาดูแล แล้วรีบแก้ปัญหาโดยเร็ว"






