thansettakij
thansettakij
ไทยเร่งสปีด “Genome Editing” พลิกเกมเกษตร ดันอ้อยทนเค็ม–มะเขือเทศทนร้อน–ข้าวคุณภาพสูง สู่ตลาด

GEd Innovation Showcase ปี 1 พลิกเกมเกษตร ดันอ้อยทนเค็ม–มะเขือเทศทนร้อน–ข้าวหอมนุ่ม

กรมวิชาการเกษตรจับมือ สวก. เปิดเวที “GEd Innovation Showcase 2026” โชว์ผลงานปีแรก เดินหน้าสร้างระบบนิเวศ Genome Editing ครบวงจร ตั้งแต่ฐานข้อมูลยีน–งานวิจัย–ระบบรับรอง–ถ่ายทอดเทคโนโลยี หวังดันไทยขึ้นศูนย์กลางนวัตกรรมปรับปรุงพันธุ์พืชอาเซียน ขณะที่ญี่ปุ่นเผยความสำเร็จ “มะเขือเทศปรับแต่งยีน” ตลาดตอบรับต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • ไทยเร่งผลักดันเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม (Genome Editing) เพื่อยกระดับภาคการเกษตรให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาพืชเศรษฐกิจเป้าหมายหลายชนิด เช่น การสร้างอ้อยให้ทนต่อดินเค็ม พัฒนามะเขือเทศให้ทนต่ออุณหภูมิสูง และปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพดีขึ้น
  • กรมวิชาการเกษตรร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จัดงาน “GEd Innovation Showcase 2026: ผลงานและความสำเร็จนวัตกรรมการปรับแต่งจีโนมพืช ปีที่ 1” ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดเวทีนำเสนอความก้าวหน้างานวิจัยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมพืช พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน เร่งผลักดันผลงานจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม

 

“Ged” พลิกเกมพันธุ์พืชไทย เพิ่มผลผลิต–รายได้

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ภาคการเกษตรไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระบาดของโรคและศัตรูพืช ตลอดจนความผันผวนทางเศรษฐกิจ การนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามายกระดับประสิทธิภาพการผลิต จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

หนึ่งในเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงคือ Genome Editing หรือ GEd ซึ่งเป็นเครื่องมือปรับปรุงพันธุ์พืชสมัยใหม่ที่สามารถกำหนดเป้าหมายทางพันธุกรรมได้อย่างแม่นยำ ช่วยพัฒนาพืชให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของตลาด เช่น ทนแล้ง ทนเค็ม ทนร้อน ต้านทานโรคและแมลง ให้ผลผลิตและคุณภาพสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ

“กรมวิชาการเกษตรวางรากฐานการขับเคลื่อน Genome Editing ใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบกำกับดูแลและการรับรองบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และความโปร่งใส การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพืชเศรษฐกิจเป้าหมาย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป้าหมายคือทำให้ผลงานวิจัยไม่หยุดอยู่ในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถนำไปใช้ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้จริง” นายรพีภัทร์กล่าว

เปิด 6 โครงการ GEd ปีแรก ปั้นพืชเศรษฐกิจรับโลกเดือด

สำหรับการดำเนินงานปีแรกได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สวก. ภายใต้แผนงานวิจัย “การขับเคลื่อนนวัตกรรมการปรับแต่งจีโนมพืชเพื่อความมั่นคงทางการเกษตรไทยในภาวะวิกฤต” ครอบคลุม 6 โครงการวิจัย ได้แก่ 1.พัฒนาการปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร 2.ค้นหายีนที่เกี่ยวข้องกับลักษณะสำคัญในพืชเศรษฐกิจ และจุลินทรีย์ที่มีศักยภาพเชิงอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการปรับปรุงพันธุ์รูปแบบใหม่

GEd Innovation Showcase ปี 1 พลิกเกมเกษตร ดันอ้อยทนเค็ม–มะเขือเทศทนร้อน–ข้าวหอมนุ่ม

3.พัฒนาศักยภาพการขอรับรองพืชปรับแต่งจีโนม ทั้งพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร 4. พัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและปรับปรุงความหอมในข้าวพันธุ์รับรองผลผลิตสูง ด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรมอย่างจำเพาะ ระยะที่ 1 5.ประยุกต์เทคนิค CRISPR-Cas สร้างอ้อยพันธุ์ทนดินเค็ม และ 6.พัฒนามะเขือเทศทนสภาพอุณหภูมิสูงและมีความหวานพิเศษ ด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมอย่างจำเพาะ ระยะที่ 1

การวิจัยบูรณาการนักวิจัยจากกรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจและพืชมูลค่าสูง ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง มะเขือเทศ มะละกอ เห็ดแครง และเห็ดฟาง

จาก “ห้องแล็บ” สู่ตลาด เป้าหมาย GEd ครบวงจร

ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานในรูปแบบ Showcase Walk และ Poster Walk พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการวิจัยและแลกเปลี่ยนแนวทางการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ โดยมีผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 100 คน อย่างไรก็ตามกรมวิชาการเกษตรตั้งเป้าเร่งพัฒนาพืชเศรษฐกิจเป้าหมาย ควบคู่กับการยกระดับห้องปฏิบัติการ บุคลากร ระบบรับรอง และการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่สังคม ก่อนขยายผลสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และการส่งออก เพราะเป้าหมายใหญ่คือการสร้าง “ระบบนิเวศ Genome Editing” ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์พืชของภูมิภาคอาเซียน

 

สวก.ผนึกนักวิจัย–เอกชน ดันนวัตกรรมสู่เกษตรกร

นางสาวกุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รองผู้อำนวยการ สวก. กล่าวว่า สวก. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยด้านการปรับแต่งจีโนมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้พื้นฐาน การค้นหายีนเป้าหมาย การพัฒนาเทคโนโลยีและพันธุ์พืช ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อถ่ายทอดและใช้ประโยชน์จริงพร้อมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตร สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน เพื่อผลักดันนวัตกรรมสู่ภาคการผลิต สร้างประโยชน์แก่เกษตรกร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

 

ญี่ปุ่นชี้ “มะเขือเทศ GEd” ตลาดตอบรับต่อเนื่อง

ขณะที่ Professor Dr. Hiroshi Ezura จาก University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยประสบการณ์การพัฒนาพืชปรับแต่งจีโนมในญี่ปุ่นว่า หลังจากนำมะเขือเทศปรับแต่งยีนออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในปี 2021 การตอบรับจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปัจจัยสำคัญมาจากความเข้าใจของผู้บริโภคญี่ปุ่นที่มองว่าเทคโนโลยี GEd เป็นเครื่องมือปรับปรุงพันธุ์พืชสมัยใหม่ที่ต่อยอดจากแนวคิดการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิม มากกว่าการมองว่าเป็น GMO จึงช่วยสร้างการยอมรับและทำให้ตลาดขยายตัว

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังเดินหน้าพัฒนาพืชชนิดใหม่ โดยหนึ่งในงานวิจัยที่กำลังพัฒนาคือ “เมลอนอายุการเก็บรักษานานขึ้น” (Long Shelf-life) ซึ่งมีศักยภาพต่อระบบโลจิสติกส์ การลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และการส่งออกสินค้าเกษตรในอนาคต จึงทำให้ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการลงทุนวิจัยและพัฒนา GEd เพื่อรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการปรับปรุงพันธุ์พืชยุคใหม่ และมีบทบาทต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

 

ไทยต้องเร่งสร้าง “ฐานข้อมูลยีน” ปูทาง GEd แม่นยำ

ด้าน นางนัยเนตร เจริญสันติ ทานากะ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เทคโนโลยี GEd เป็นเครื่องมือสำคัญที่ไทยต้องเร่งนำมาใช้เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตร แต่โจทย์สำคัญที่ต้องเร่งลงทุนคือ การสร้างฐานข้อมูลทางพันธุกรรม หรือ Genomic Data ของพืชพันธุ์พื้นเมืองไทย

เนื่องจากการปรับแต่งยีนให้แม่นยำและให้ผลลัพธ์ที่ดี จำเป็นต้องมีข้อมูลพันธุกรรมที่ชัดเจน ขณะที่ข้อมูลของพืชไทยอาจมีความแตกต่างจากพันธุ์ในต่างประเทศ การลงทุนเก็บข้อมูลจริงจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการเลือกตำแหน่งยีนที่จะปรับแต่ง และพัฒนาลักษณะที่ตอบโจทย์สภาพแวดล้อมและความต้องการของเกษตรกรไทย

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า การแข่งขัน GEd ไม่ได้อยู่เพียงที่เทคนิคการปรับแต่งยีน แต่รวมถึง “ข้อมูลพันธุกรรม–บุคลากร–ห้องแล็บ–ระบบกำกับดูแล–ตลาด” ได้สำเร็จ เทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรไทยท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญทั้งวิกฤตภูมิอากาศและความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร