
นบข.คาดน้ำท่วมผลผลิตข้าวนาปีเสียหาย 1.5-2 ล้านตัน
นบข.คาดผลผลิตข้าวเปลือกปีผลิต 2560/61 ลดเหลือ 26-27 ล้านตันจากผลกระทบน้ำท่วม ขณะเห็นชอบ 3 มาตรการด้านการตลาดช่วยเกษตรกรคาดใช้งบ 4-5 หมื่นล้าน “ประยุทธ์”ยินดีราคาข้าวในประเทศขยับเพิ่ม สั่งเร่งแก้ปัญหาข้าว 5 แสนตัน หลังมีคนร้องศาลฯ ระงับขายเป็นภาระค่าจัดเก็บ
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) วันที่ 4 สิงหาคม 25560 มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้คาดการณ์ผลผลิตข้าวปีการผลิต 2560/2561 จะลดลงเหลือประมาณ 26-27 ล้านตันข้าวเปลือก จากเดิมที่ประมาณไว้ที่ 29 ล้านตัน เนื่องจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตเสียหายประมาณ 1.5-2 ล้านตัน
[caption id="attachment_190769" align="aligncenter" width="424"]
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์[/caption]
นอกจากนี้ได้มีเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวด้านการตลาด 3 มาตรการคาดจะใช้งบประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ที่ประชุม นบข.เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 60 ได้มีมติเห็นชอบโครงการภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรปีการผลิต 2560/2561 ด้านการตลาด 3 โครงการได้แก่ 1.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร เป้าหมาย 2.5 ล้านตัน วงเงินสินเชื่อ 1.25 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 1 ต.ค.60-31 ก.ย.61 โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
2.โครงการสินเชื่อเกษตรกรเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีและการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวนาปีโดย (ธ.ก.ส.) และ 3.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก(โดยกรมการค้าภายใน) เป้าหมายปริมาณ 8 ล้านตัน ระยะเวลาการรับซื้อ 1 พ.ย.60-30 ก.ย.61 ระยะเวลาการเก็บสต๊อก 1 พ.ย.60-31 มี.ค.61 วงเงินชดเชย 940 ล้านบาท
ขณะที่สถานการณ์ข้าวโลกในครึ่งแรกปีนี้ไทยยังส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 และคาดปีนี้ไทยจะส่งออกข้าวได้ 10-11 ล้านตัน สำหรับสต๊อกข้าวของรัฐบาลเวลานี้เหลืออยู่ไม่มากนัก ส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นซึ่งเป็นไปตามปริมาณการผลิตและความต้องการของตลาด และผลจากการดำเนินโครงการเกษตรครบวงจรของรัฐบาลในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวเป็นพืชชนิดอื่น หรือการปลูกพืชผสมผสาน ทำให้ลดพื้นที่การปลูกข้าวลงได้ส่งผลต่อราคาข้าวที่ดีขึ้น แต่หากยังทำการปลูกข้าวแบบเดิมที่ไม่คำนึงถึงหลักการตลาดก็จะทำให้ราคาข้าวต่ำลง
ทั้งนี้มาตรการลดพื้นที่ปลูกข้าวแม้รัฐบาลไม่สามารถบังคับใครได้แต่มีความเป็นห่วงเกษตรกรที่ปลูกข้าวได้รับความเสียหายแบบซ้ำซาก ส่วนเกษตรกรที่ดั้บผลกระทบจากอุทกภัยทางรัฐบาลเห็นใจและจะเร่งรัดทุกมาตรการในการให้ความช่วยเหลือกับทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ข้าวโลกพบว่าหลายประเทศก็ประสบภัยน้ำท่วมเช่นกัน จึงมีความต้องการเก็บสต๊อกข้าวในแต่ละประเทศสูงขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมรองรับสถานการณ์
ส่วนการระบายข้าวค้างสต๊อกที่มีปัญหาในส่วนของศาลปกครองมีคำสั่งพิทักษ์ไว้หลังมีเอกชนบางรายยื่นศาลให้ระงับนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่ามีประมาณ 5 แสนตัน ถือเป็นจำนวนไม่มาก แต่ก็ยอมรับว่าเป็นภาระด้านการจัดเก็บของรัฐบาลจึงต้องดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) วันที่ 4 สิงหาคม 25560 มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้คาดการณ์ผลผลิตข้าวปีการผลิต 2560/2561 จะลดลงเหลือประมาณ 26-27 ล้านตันข้าวเปลือก จากเดิมที่ประมาณไว้ที่ 29 ล้านตัน เนื่องจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตเสียหายประมาณ 1.5-2 ล้านตัน
[caption id="attachment_190769" align="aligncenter" width="424"]
นอกจากนี้ได้มีเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวด้านการตลาด 3 มาตรการคาดจะใช้งบประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ที่ประชุม นบข.เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 60 ได้มีมติเห็นชอบโครงการภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรปีการผลิต 2560/2561 ด้านการตลาด 3 โครงการได้แก่ 1.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร เป้าหมาย 2.5 ล้านตัน วงเงินสินเชื่อ 1.25 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 1 ต.ค.60-31 ก.ย.61 โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
2.โครงการสินเชื่อเกษตรกรเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีและการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวนาปีโดย (ธ.ก.ส.) และ 3.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก(โดยกรมการค้าภายใน) เป้าหมายปริมาณ 8 ล้านตัน ระยะเวลาการรับซื้อ 1 พ.ย.60-30 ก.ย.61 ระยะเวลาการเก็บสต๊อก 1 พ.ย.60-31 มี.ค.61 วงเงินชดเชย 940 ล้านบาท
ขณะที่สถานการณ์ข้าวโลกในครึ่งแรกปีนี้ไทยยังส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 และคาดปีนี้ไทยจะส่งออกข้าวได้ 10-11 ล้านตัน สำหรับสต๊อกข้าวของรัฐบาลเวลานี้เหลืออยู่ไม่มากนัก ส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นซึ่งเป็นไปตามปริมาณการผลิตและความต้องการของตลาด และผลจากการดำเนินโครงการเกษตรครบวงจรของรัฐบาลในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวเป็นพืชชนิดอื่น หรือการปลูกพืชผสมผสาน ทำให้ลดพื้นที่การปลูกข้าวลงได้ส่งผลต่อราคาข้าวที่ดีขึ้น แต่หากยังทำการปลูกข้าวแบบเดิมที่ไม่คำนึงถึงหลักการตลาดก็จะทำให้ราคาข้าวต่ำลง
ทั้งนี้มาตรการลดพื้นที่ปลูกข้าวแม้รัฐบาลไม่สามารถบังคับใครได้แต่มีความเป็นห่วงเกษตรกรที่ปลูกข้าวได้รับความเสียหายแบบซ้ำซาก ส่วนเกษตรกรที่ดั้บผลกระทบจากอุทกภัยทางรัฐบาลเห็นใจและจะเร่งรัดทุกมาตรการในการให้ความช่วยเหลือกับทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ข้าวโลกพบว่าหลายประเทศก็ประสบภัยน้ำท่วมเช่นกัน จึงมีความต้องการเก็บสต๊อกข้าวในแต่ละประเทศสูงขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมรองรับสถานการณ์
ส่วนการระบายข้าวค้างสต๊อกที่มีปัญหาในส่วนของศาลปกครองมีคำสั่งพิทักษ์ไว้หลังมีเอกชนบางรายยื่นศาลให้ระงับนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่ามีประมาณ 5 แสนตัน ถือเป็นจำนวนไม่มาก แต่ก็ยอมรับว่าเป็นภาระด้านการจัดเก็บของรัฐบาลจึงต้องดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป










