thansettakij
thansettakij
“ประยุทธ์” ชู 5ด้านสร้างการเติบโตร่วมอาเซียน-อินเดีย

“ประยุทธ์” ชู 5ด้านสร้างการเติบโตร่วมอาเซียน-อินเดีย

03 ส.ค. 60 | 06:11 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ส.ค. 60 | 13:19 น.
วันนี้ (3 ส.ค.60) - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดงาน ASEAN – India Expo and Forum 2017 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทั้งนี้ได้กล่าวสุนทรพจน์ ต่อรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและอินเดีย ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของอาเซียนและอินเดีย สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

รู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดงาน ASEAN - India Expo and Forum 2017 ในโอกาสครบรอบ 25 ปีความสัมพันธ์อาเซียน - อินเดีย ในวันนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้บริหารจากภาครัฐและภาคธุรกิจชั้นนำของอาเซียน และอินเดียจะได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกันเพื่อเปิดมุมมองทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างความเชื่อมโยงทางสังคม และเศรษฐกิจ และความเจริญเติบโตร่วมกันต่อไป

20170803124019


ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากพลวัตการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ของโลก (Megatrend) โดยเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้ม ขยายตัวช้าและมีความเสี่ยงจากความผันผวนในระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกในเกณฑ์สูง จากความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนนโยบายของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ อาทิ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร กรณีของ Brexit ความผันผวนของราคาน้ำมัน และราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก การเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เกิด ยุคอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่งทุกอย่าง(Internet of Things) รวมถึงสถานการณ์การเมือง ระหว่างประเทศ และสถานการณ์ความไม่สงบในหลายประเทศ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผล กระทบโดยตรงต่อระบบการค้าโลก จึงถึงเวลาที่ภูมิภาคเอเชียต้องผนึกกำลังกันเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนในระยะยาวบนพื้นฐานของการเจริญเติบโต ไปด้วยกัน

20170803124112


สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และอินเดียถือเป็นส่วนหนึ่งในกลไกทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกหากสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสอดประสานแล้ว นับว่าจะทำให้เกิดอำนาจในการต่อรองและเป็นตลาดใหญ่ที่มีพลังก่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมได้


40083


ในส่วนของอาเซียนประกอบด้วยสมาชิก10 ประเทศที่มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม รวมถึงมีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกัน การรวมตัวของอาเซียนและการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) หรือ AEC ทำให้ เกิดการดึงศักยภาพของภูมิภาคมาใช้อย่างเต็มที่ เกิดตลาดและฐานการผลิตที่สำคัญของโลก โดยประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้กำหนดยุทธศาสตร์ AEC 2025 เพื่อยกระดับการรวมตัวด้านการค้า การลงทุน การเงิน และการเคลื่อนย้ายบุคลากร การเสริมสร้าง ความสามารถในการแข่งขันการเชื่อมโยงและความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่สำคัญการพัฒนา อย่างครอบคลุมและทั่วถึงในทุกระดับ และการทำให้อาเซียนมีบทบาททางเศรษฐกิจ ที่สำคัญของโลกอย่างแท้จริง ทั้งนี้ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจของสมาชิกอาเซียนแต่ละ ประเทศ รวมถึงการเป็นภูมิภาคที่เปิดรับทั้งโอกาสและความท้าทายที่มาพร้อมกับกระแสโลกาภิวัฒน์ และการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุค 4.0 (Industrial 4.0) ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต จะผลักดันให้สมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศสามารถปรับตัวเข้าสู่ โลกในยุคอนาคตได้อย่างรวดเร็วและกลมกลืน

20170803124032


กรณีของไทยที่ได้เริ่มปรับตัวเข้าสู่โมเดลใหม่ของประเทศที่เรียกว่า "Thailand 4.0" ซึ่งเป็นรูปแบบทางเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่า (value-based economy) และการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (innovation-driven economy) โดยมี หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้าง "คนไทย 4.0" ให้มีทักษะความรู้ความสามารถในวิทยาการ สมัยใหม่ พร้อมรองรับความต้องการของตลาดและภาคธุรกิจ และพร้อมต่อการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืน

20170803125142


สำหรับความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงที่เกื้อหนุนทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและอินเดียเป็นความสัมพันธ์อย่างรอบด้านทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และความร่วมมือเพื่อการพัฒนาใน ฐานะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) มาตั้งแต่ปี 2535 และ ครบรอบ 25 ปี ในปีนี้ ทำให้เกิดศักยภาพในการช่วยกันยกระดับการพัฒนาในด้านต่างๆ ร่วมกัน พร้อมทั้งได้มีการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียน – อินเดีย โดยมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ปี 2553 ครอบคลุมทั้งเรื่องการเปิดเสรีทางการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน


40078 อาเซียนและอินเดียยังคงเดินหน้าขยายความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนการเจรจาที่สำคัญ โดยอาเซียนและประเทศคู่เจรจา 6 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ประกาศเริ่มการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทาง เศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) หรือ RCEP เมื่อปี 2556 ซึ่ง RCEP จะเป็นการยกระดับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ของภูมิภาค ครอบคลุมการเปิดเสรีทั้งเชิงกว้างและเชิงลึก ลดอุปสรรคและอำนวย ความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน และเสริมสร้างกฎกติกาทางการค้าให้ทันกับเศรษฐกิจ โลกในยุคใหม่


40101


นอกจากนี้การพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์ระหว่างอินเดียและอาเซียน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ จะเป็นปัจจัยสำคัญ ในการอำนวยความสะดวกทางการค้า การบริการและการลงทุน รวมทั้งช่วยลดต้นทุน ด้านโลจิสติกส์ และการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่ อาทิ การพัฒนาพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เพื่อเป็นประตูเชื่อมโยงสู่อาเซียนผ่านโครงการ Trilateral Highway Project ที่อินเดียสนับสนุนการสร้างทางหลวงเชื่อม 3 ฝ่าย อินเดีย - เมียนมา - ไทย และเชื่อมโยงไปยังกัมพูชา ลาว และเวียดนาม รวมถึงพัฒนา Mekong - India Economic Corridor เพื่อเป็นเส้นทางลัดเชื่อมโยงภูมิภาคลุ่มแม่น้ าโขงกับอินเดียฝั่งตะวันออกโดยจะะเชื่อมเส้นทางทั้งทางบกและทางน้ำ ผ่านทางโฮจิมินห์– พนมเปญ – กรุงเทพฯ – ทวาย - เจนไน เข้าด้วยกัน โดยมีทวายเป็นประตูสำคัญในการเข้าสู่อาเซียน ตลอดจน สนับสนุนการเปิดน่านฟ้าเสรีกับอาเซียนด้วย
ปัจจัยสำคัญที่จะดึงศักยภาพและสร้างความเจริญเติบโตร่วมกันของอาเซียน และอินเดีย เราจำเป็นต้องเร่งพัฒนาและเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญร่วมกัน 5 ด้าน ดังนี้

40107


1. การพัฒนาภาครัฐดิจิทัล โดยเน้นบทบาทในการเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) เพื่อยกระดับการบริหารราชการและการให้บริการประชาชน การเพิ่มประสิทธิภาพ และความโปร่งใส โดยอาศัยเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลในการปรับปรุงระบบการท างาน และ การบริหารราชการการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เข้าด้วยกัน สามารถสนองต่อความต้องการและลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของประชาชนและภาคธุรกิจได้ อย่างแท้จริง

20170803125147


2. การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนและอินเดีย เป็นภูมิภาคแห่งอนาคต โดยเร่งการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา การส่งเสริมระบบนิเวศ ด้านนวัตกรรมที่สามารถเชื่อมโยงผู้ที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน การส่งเสริมให้ ผู้ประกอบการ SMEs และภาคธุรกิจขนาดใหญ่นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ในยุคใหม่ได้

20170803125151


3. การพัฒนาภาคเกษตร มีความสำคัญและเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจของ ประเทศ โดยจะต้องส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใน ภาคเกษตร และเทคโนโลยีต่างๆ ที่เหมาะสม การสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้ที่ เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่มูลค่า การสร้าง Smart Farmers การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ เพื่อสังคม การสร้างความเชื่อมโยงเข้ากับตลาดและอุตสาหกรรมที่จะนำไปต่อยอด และ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคการเกษตรตลอดจนการขนส่งเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง ดังกล่าวอย่างแท้จริง

20170803125209


4. การพัฒนา MSMEs ซึ่งเป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่และเป็นกระดูก สันหลังทางเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาค โดยเน้นอำนวยความสะดวก และส่งเสริม ความสามารถในการประกอบธุรกิจทั้งตลาดในประเทศและระหว่างประเทศ พัฒนาให้ MSMEs สามารถก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เน้นการสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่า ให้กับสินค้าและบริการ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงส่งเสริมให้ MSMEs สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่า (value chain) ของภูมิภาคและของโลก ตลอดจนตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและผู้บริโภคยุคใหม่ได้

20170803125215


5. การพัฒนาและยกระดับคุณภาพกำลังคน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเพื่อรองรับกับโอกาสและความท้าทายในโลกยุคใหม่ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะกลายเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศและภูมิภาคนี้ร่วมกันในอนาคต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคนในทุกมิติ