
พาณิชย์ดึงโรงแป้ง-รง.เอทานอลช่วยซื้อมันสำปะหลังหลังราคาร่วงหนัก
“พาณิชย์”ประสานโรงแป้งและโรงงานเอทานอลรับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม รองรับผลผลิตที่ยังเก็บเกี่ยวไม่หมด หลังเกษตรกรร้องนายกฯ ขอให้ความช่วยเหลือ ยันที่ผ่านมา มีมาตรการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับมืออุตสาหกรรมเอทานอลเตรียมแผนรองรับผลผลิต ปี 2560/61 แล้ว
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่ากากระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จังหวัดนครราชสีมา มีหนังสือร้องเรียนายกรัฐมนตรีผ่านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยเหลือเรื่องปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้โรงแป้งและโรงงานเอทานอลรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่องในราคาที่เป็นธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต
[caption id="attachment_168404" align="aligncenter" width="503"]
นางอภิรดี ตันตราภรณ์[/caption]
“ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูการผลิต 2559/60 ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่ได้ออกสู่ตลาดใกล้หมดแล้ว ยังคงเหลือตกค้างอยู่บ้าง ประกอบกับขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน หัวมันสดที่เก็บเกี่ยวในช่วงนี้มีเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งต่ำ และลานมันส่วนใหญ่ได้หยุดรับซื้อแล้ว เนื่องจากไม่สามารถตากมันเส้นได้ ส่งผลกระทบให้ราคาหัวมันสดมีแนวโน้มลดลง แต่กระทรวงฯ ได้แก้ปัญหา โดยขอให้โรงแป้งและโรงงานเอทานอลเข้ามาช่วยรับซื้อแล้ว”
ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้มีมาตรการในการดูแลพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังมาโดยตลอดโดยรัฐบาลปัจจุบันมุ่งเน้นบริหารจัดการสินค้ามันสำปะหลังเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ตลอดจนอุตสาหกรรมมันสำปะหลังโดยรวมของไทย และรักษาเสถียรภาพราคาโดยไม่มีการแทรกแซงหรือบิดเบือนกลไกตลาด อาทิ การลดต้นทุนการเพาะปลูกและเพิ่มผลผลิต การลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของเกษตรกร เป็นต้น ซึ่งจะสามารถช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ได้มีแนวทางการบริหารจัดการด้านการตลาดมันสำปะหลังโดยให้มีการเชื่อมโยงตลาดมันเส้นสะอาดของกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตรกับโรงงานเอทานอล ผู้ค้า/ผู้ส่งออก มันสำปะหลัง สหกรณ์ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มมันสำปะหลังนอกเหนือจากการจำหน่ายผลผลิตในรูปหัวมันสดเพียงอย่างเดียว รวมทั้งสร้างอำนาจต่อรองในการจำหน่ายผลผลิตและสามารถกำหนดราคาขายได้ด้วยตนเอง
ส่วนการขยายตลาดแป้งมันได้มีการเชื่อมโยงโดยขยายตลาดแป้งมันสำปะหลังในอุตสาหกรรมแปรรูปขั้นสูงไปตลาดใหม่ในประเทศที่มีศักยภาพ เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เป็นต้น ตลอดจนจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับผู้ซื้อต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ได้กำหนดมาตรการนำเข้า-ส่งออก เพื่อเป็นเครื่องมือในการรักษาระดับราคามันสำปะหลัง โดยมาตรการนำเข้า กระทรวงฯ กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านได้ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้า คือ ต้องมีหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า (หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า/ สุขอนามัยพืช/ มาตรฐานสินค้า) และต้องนำเข้ามาทางด่านศุลกากรที่มีด่านตรวจพืชหรือที่อยู่ในเขตอำนาจของด่านตรวจพืช รวมถึงต้องรายงานการนำเข้า สำหรับมาตรการส่งออก ในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก กำหนดให้ผู้ส่งออกต้องมีสต๊อกในครอบครองในอัตราส่วน 1.5 : 1 โดยผู้ส่งออกต้องมีสต๊อก 1.5 ส่วน จะสามารถส่งออกได้ 1 ส่วนเพื่อให้ผู้ส่งออกช่วยดูดซับอุปทานภายในประเทศ
สำหรับมาตรการรองรับผลผลิตฤดูกาลผลิตปี 2560/61 ได้มีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับข้อกำหนด กฎหรือระเบียบที่เป็นข้อจำกัดในการผลิตและจำหน่ายเอทานอล เพื่อที่จะสามารถผลักดันให้มีการใช้มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมเอทานอลเพิ่มขึ้น โดยได้ร่วมกับสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย และสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง จัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อเชื่อมโยงรับซื้อมันเส้นสะอาดจากเกษตรกรแล้ว
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่ากากระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จังหวัดนครราชสีมา มีหนังสือร้องเรียนายกรัฐมนตรีผ่านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยเหลือเรื่องปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้โรงแป้งและโรงงานเอทานอลรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่องในราคาที่เป็นธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต
[caption id="attachment_168404" align="aligncenter" width="503"]
“ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูการผลิต 2559/60 ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่ได้ออกสู่ตลาดใกล้หมดแล้ว ยังคงเหลือตกค้างอยู่บ้าง ประกอบกับขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน หัวมันสดที่เก็บเกี่ยวในช่วงนี้มีเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งต่ำ และลานมันส่วนใหญ่ได้หยุดรับซื้อแล้ว เนื่องจากไม่สามารถตากมันเส้นได้ ส่งผลกระทบให้ราคาหัวมันสดมีแนวโน้มลดลง แต่กระทรวงฯ ได้แก้ปัญหา โดยขอให้โรงแป้งและโรงงานเอทานอลเข้ามาช่วยรับซื้อแล้ว”
ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้มีมาตรการในการดูแลพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังมาโดยตลอดโดยรัฐบาลปัจจุบันมุ่งเน้นบริหารจัดการสินค้ามันสำปะหลังเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ตลอดจนอุตสาหกรรมมันสำปะหลังโดยรวมของไทย และรักษาเสถียรภาพราคาโดยไม่มีการแทรกแซงหรือบิดเบือนกลไกตลาด อาทิ การลดต้นทุนการเพาะปลูกและเพิ่มผลผลิต การลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของเกษตรกร เป็นต้น ซึ่งจะสามารถช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
ส่วนการขยายตลาดแป้งมันได้มีการเชื่อมโยงโดยขยายตลาดแป้งมันสำปะหลังในอุตสาหกรรมแปรรูปขั้นสูงไปตลาดใหม่ในประเทศที่มีศักยภาพ เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เป็นต้น ตลอดจนจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับผู้ซื้อต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ได้กำหนดมาตรการนำเข้า-ส่งออก เพื่อเป็นเครื่องมือในการรักษาระดับราคามันสำปะหลัง โดยมาตรการนำเข้า กระทรวงฯ กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านได้ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้า คือ ต้องมีหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า (หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า/ สุขอนามัยพืช/ มาตรฐานสินค้า) และต้องนำเข้ามาทางด่านศุลกากรที่มีด่านตรวจพืชหรือที่อยู่ในเขตอำนาจของด่านตรวจพืช รวมถึงต้องรายงานการนำเข้า สำหรับมาตรการส่งออก ในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก กำหนดให้ผู้ส่งออกต้องมีสต๊อกในครอบครองในอัตราส่วน 1.5 : 1 โดยผู้ส่งออกต้องมีสต๊อก 1.5 ส่วน จะสามารถส่งออกได้ 1 ส่วนเพื่อให้ผู้ส่งออกช่วยดูดซับอุปทานภายในประเทศ
สำหรับมาตรการรองรับผลผลิตฤดูกาลผลิตปี 2560/61 ได้มีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับข้อกำหนด กฎหรือระเบียบที่เป็นข้อจำกัดในการผลิตและจำหน่ายเอทานอล เพื่อที่จะสามารถผลักดันให้มีการใช้มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมเอทานอลเพิ่มขึ้น โดยได้ร่วมกับสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย และสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง จัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อเชื่อมโยงรับซื้อมันเส้นสะอาดจากเกษตรกรแล้ว








