
เป้าลงทุน 100 ล้าน-เปิดกว้างเอกชนเสนอตัวที่ตั้งตลาดกลางข้าวสาร
พาณิชย์ เปิดกว้างเอกชนยื่นข้อเสนอโครงการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสาร ภายใน ก.ค.นี้ เบื้องต้นลงดูสถานที่เสนอตัวเข้ามาแล้ว 4 แห่ง คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้าน
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้า โครงการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารขึ้นในไทยเป็นครั้งแรกโดยจะเปิดกว้างให้เอกชนที่สนใจเข้ายื่นข้อเสนอในการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารได้ภายในเดือนนี้หรืออย่างช้าภายในเดือนหน้าเพื่อเป็นไปตามแผนที่รัฐบาลที่ต้องการให้เปิดดำเนินการตลาดกลางข้าวสารให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทางกรมการค้าภายใน ได้ลงพื้นที่ไปดูสถานที่ ของภาคเอกชนไปแล้ว 4 แห่ง ประกอบด้วยตลาดไท ,ตลาดต่อยอด,และพื้นที่ของบริษัทปทุมไรซมิลล์ฯ จ. ปทุมธานี และ อีกแห่งคือ พื้นที่ขององค์การคลังสินค้า ( อคส.) แถวราษฎร์บูรณะ
[caption id="attachment_162151" align="aligncenter" width="503"]
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค[/caption]
สำหรับงบประมาณเบื้องต้นที่คาดว่าจะใช้ในโครงการนี้ประมาณ 100 ล้านบาท(งบรัฐบาล) แต่ในปีแรกคาดว่าจะใช้เพียงบางส่วนขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการ โดยสถานที่จัดตั้งจะอยู่บริเวณชานเมืองที่มีระบบการโลจิสติกส์คล่องตัวเพื่อความสะดวกในการขนส่งและการเดินทางมาเลือกซื้อข้าวสารได้สะดวกของผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ
แนวคิดการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารเนื่องจากไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกแต่ละปีมีผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร โดยส่งออก 10 ล้านตันบริโภคในประเทศ 10 ล้านตัน แต่กลับไม่มีตลาดกลางข้าวสารที่เป็นสถานที่ค้าขายให้ผู้นำเข้าจากต่างประเทศมาเลือกซื้อสินค้ารวมไปถึงผู้ค้าส่งและค้าปลีกข้าวสารในประเทศ
ปัจจุบันรูปแบบการค้าข้าวได้เปลี่ยนแปลงไป หากมีการตั้งตลาดกลางค้าข้าวสารขึ้นจะทำให้ทั้งผู้ส่งออก,กลุ่มโรงสีข้าว,และกลุ่มเกษตรกรได้มีโอกาสในการพบผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างความเข็มแข็งตามนโยบาย Local Economy ของนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้การมีตลาดกลางจะต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานข้าว และจะทำให้การซื้อขายข้าวมีความโปร่งใสมากขึ้น
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้า โครงการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารขึ้นในไทยเป็นครั้งแรกโดยจะเปิดกว้างให้เอกชนที่สนใจเข้ายื่นข้อเสนอในการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารได้ภายในเดือนนี้หรืออย่างช้าภายในเดือนหน้าเพื่อเป็นไปตามแผนที่รัฐบาลที่ต้องการให้เปิดดำเนินการตลาดกลางข้าวสารให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทางกรมการค้าภายใน ได้ลงพื้นที่ไปดูสถานที่ ของภาคเอกชนไปแล้ว 4 แห่ง ประกอบด้วยตลาดไท ,ตลาดต่อยอด,และพื้นที่ของบริษัทปทุมไรซมิลล์ฯ จ. ปทุมธานี และ อีกแห่งคือ พื้นที่ขององค์การคลังสินค้า ( อคส.) แถวราษฎร์บูรณะ
[caption id="attachment_162151" align="aligncenter" width="503"]
สำหรับงบประมาณเบื้องต้นที่คาดว่าจะใช้ในโครงการนี้ประมาณ 100 ล้านบาท(งบรัฐบาล) แต่ในปีแรกคาดว่าจะใช้เพียงบางส่วนขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการ โดยสถานที่จัดตั้งจะอยู่บริเวณชานเมืองที่มีระบบการโลจิสติกส์คล่องตัวเพื่อความสะดวกในการขนส่งและการเดินทางมาเลือกซื้อข้าวสารได้สะดวกของผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ
แนวคิดการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารเนื่องจากไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกแต่ละปีมีผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร โดยส่งออก 10 ล้านตันบริโภคในประเทศ 10 ล้านตัน แต่กลับไม่มีตลาดกลางข้าวสารที่เป็นสถานที่ค้าขายให้ผู้นำเข้าจากต่างประเทศมาเลือกซื้อสินค้ารวมไปถึงผู้ค้าส่งและค้าปลีกข้าวสารในประเทศ
ปัจจุบันรูปแบบการค้าข้าวได้เปลี่ยนแปลงไป หากมีการตั้งตลาดกลางค้าข้าวสารขึ้นจะทำให้ทั้งผู้ส่งออก,กลุ่มโรงสีข้าว,และกลุ่มเกษตรกรได้มีโอกาสในการพบผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างความเข็มแข็งตามนโยบาย Local Economy ของนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้การมีตลาดกลางจะต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานข้าว และจะทำให้การซื้อขายข้าวมีความโปร่งใสมากขึ้น








