thansettakij
thansettakij
กรมฝนหลวงฯเข้มเฝ้า"สารฝนหลวง"ผวาเบิ้ม

กรมฝนหลวงฯเข้มเฝ้า"สารฝนหลวง"ผวาเบิ้ม

23 พ.ค. 60 | 09:01 น.
อัปเดตล่าสุด :23 พ.ค. 60 | 16:06 น.
อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมในการดูแลรักษาสถานที่และสารฝนหลวง จัดเวรยามเฝ้า 24 ชั่วโมง พร้อมกล้องวงจรปิด เพราะสารฝนหลวง สามารถดัดแปลงเป็นสารที่ติดไฟได้

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยภายหลังการประชุมปฏิบัติการฝนหลวงประจำวัน ถึงกรณีเหตุระเบิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯว่า พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดเวรยามดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการอย่างเข้มงวด และฝึกซ้อมขั้นตอนการเผชิญเหตุระเบิดเป็นระยะ พร้อมกับการบำรุงรักษากล้องวงจรปิดให้ใช้งานได้ตลอดเวลาและติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมพื้นที่ของสำนักงาน บริเวณเส้นทางเข้าออกและพื้นที่สำคัญภายในสำนักงาน หากมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้นหรือหากมีวัตถุต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบทันที รวมทั้งแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบเป็นลำดับ ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้กำชับยังหน่วยงานต่างๆทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้ดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสารฝนหลวง ซึ่งมีส่วนหนึ่งสามารถดัดแปลงเป็นสารที่ติดไฟได้ และได้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังทั่วพื้นที่แน่นหนามากขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ในช่วงยามวิกาลยังอาจสังเกตได้จากภาพในกล้องวงจรปิดบริเวณประตูเข้าออกของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ และประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวง ตั้งแต่เริ่มตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 มีการขึ้นปฏิบัติการฝนหลวง จํานวน 77 วัน มีวันฝนตก จากการปฏิบัติการฝนหลวงคิดเป็นร้อยละ 97.5 ขึ้นปฏิบัติงานจํานวน 1,688เที่ยวบิน ปริมาณการใช้สารฝนหลวง 1,395 ตัน พลุซิลเวอร์ไอโอไดด์สําหรับภารกิจปฏิบัติการฝนหลวงจํานวน 433 นัด จังหวัดที่มีรายงานฝนตกรวม 55 จังหวัด ทําให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างสะสมรวม 514.34 ล้านลูกบาศก์เมตร