ตัวเลขมันฟ้อง จว.ไหน เตรียมเฮ-เตรียมแห้ว "ผ่อนปรนมาตรการ"

22 เม.ย. 2563 เวลา 8:15 น.16.1k

โฆษกศบค. เผยสถิติรายจังหวัด ติดเชื้อโควิดเพิ่ม-ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ชี้เป็นข้อมูลสำคัญ ประกอบการ "ผ่อนปรนมาตรการ"

เมื่อเวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 15 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,826 ราย หายป่วยและกลับบ้านเพิ่มเติม 244 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เสียชีวิตสะสม 49 ราย 

ตัวเลขมันฟ้อง จว.ไหน เตรียมเฮ-เตรียมแห้ว "ผ่อนปรนมาตรการ"

"ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ถือว่าน่าพอใจอย่างยิ่ง ถือเป็นความสำเร็จในระดับหนึ่ง และความสำเร็จเล็กๆระหว่างทาง เราต้องเก็บความสำเร็จเล็กๆ ไปเรื่อยๆ เพราะยังไม่จบสิ้น การเผชิญไวรัสโควิด-19 เป็นวิกฤติของทั่วโลก ของเราเองแม้ตัวเลขจะต่ำลงมาก็เป็นความภาคภูมิใจของทั้งประเทศ แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ยังทอดยาวกันไปอีก หลายคนบอกว่าอีกหลายเดือน และบางทฤษฎีบอกว่าเป็นปี การลากยาวมีความสำคัญอย่างยิ่ง ตัวเลขวันนี้เป็นการทำงานของคนไทยทั้งประเทศที่ทำให้ลดลง ผลของการทำงานวันนี้จะแสดงผลในอีก 14 วันข้างหน้า ต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้ เบาใจได้ แต่วางใจไม่ได้ การ์ดอย่าตก"

ตัวเลขมันฟ้อง จว.ไหน เตรียมเฮ-เตรียมแห้ว "ผ่อนปรนมาตรการ"

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงข้อมูลในรอบ 14 วันที่ผ่านมามีจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ 36 จังหวัดซึ่งยอดเท่ากับวันที่ 21 เม.ย. โดยจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มเติมเข้ามาคือ นครราชสีมา อีกหนึ่งจังหวัด  ส่วนที่ตัวเลขดีขึ้นก่อนหน้านี้ได้แก่ เชียงราย นครนายก ลพบุรี เพชรบุรี บุรีรัมย์ ลําพูน หนองคาย เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ ศรีสะเกษ หนองบัวลําภู แพร่ มหาสารคาม สกลนคร อํานาจเจริญ แม่ฮ่องสอน มุกดาหาร สมุทรสงคราม

อุดรธานี กาญจนบุรี ยโสธร สระแก้ว กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สระบุรี จันทบุรี ระยอง สุโขทัย อุบลราชธานี ตาก ราชบุรี สุพรรณบุรี  สุรินทร์ อุตรดิตถ์ อุทัยธานี แต่ จ.พระนครศรีอยุธยาที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาหลายวันกลับพบผู้ป่วย จากนี้ต้องไปดูสาเหตุและสอบสวนโรคกันต่อไป 

ตัวเลขมันฟ้อง จว.ไหน เตรียมเฮ-เตรียมแห้ว "ผ่อนปรนมาตรการ"

นอกจากนี้ยังมีอีก 9 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อนนับตั้งแต่เกิดเหตุระบาด ได้แก่ กําแพงเพชร พิจิตร ชัยนาท ตราด น่าน ระนอง สิงห์บุรี อ่างทอง บึงกาฬ และสตูล 

ศบค.โดย กรมควบคุมโรค ยังทำชุดข้อมูล แบ่งเป็นกลุ่มจังหวัดตามสีบนแผนที่ประเทศไทย "สีแดง" คือ กลุ่มจังหวัดที่ยังมีรายงานผู้ป่วยในรอบ 7 วันที่ผ่านมา มี 14 จังหวัด ได้แก่ กทม. นนทบุรี ภูเก็ต ชลบุรี ยะลา ปัตตานี สงขลา ปทุมธานี นครปฐม กระบี่ นราธิวาส ขอนแก่น ชุมพร พระนครศรีอยุธยา

ตัวเลขมันฟ้อง จว.ไหน เตรียมเฮ-เตรียมแห้ว "ผ่อนปรนมาตรการ"

ขณะเดียวกัน มีการรายงานผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิว โดยคืนวันที่ 21 เม.ย.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 22 เม.ย. มีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 554 ราย ลดลงจากคืนก่อน 139 ราย ชุมนุม มั่วสุม 55 ราย ลดลงจากคืนก่อน 10 ราย ส่วนจังหวัดที่มีการกระทำผิดมากที่สุด ได้แก่ ภูเก็ต รองมาลงมา กทม. ปทุมธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ลพบุรี ราชบุรี ขอนแก่น 

ตัวเลขมันฟ้อง จว.ไหน เตรียมเฮ-เตรียมแห้ว "ผ่อนปรนมาตรการ"

สำหรับสถานการณ์โลก มีผู้ป่วยสะสม 2,554,568 ราย เสียชีวิต 177,402 ราย โดยในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพื้นที่ที่ทั่วโลกจับตามองว่าจะกลายเป็นจุดขยายตัวของโรค เพราะมีผู้ป่วยรายใหม่รวมกันแล้วพุ่งสูงขึ้น ล่าสุดสิงคโปร์มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นวันเดียว 1,111 ราย 

ตัวเลขมันฟ้อง จว.ไหน เตรียมเฮ-เตรียมแห้ว "ผ่อนปรนมาตรการ"

ตัวเลขมันฟ้อง จว.ไหน เตรียมเฮ-เตรียมแห้ว "ผ่อนปรนมาตรการ"

นายแพทย์ทวีศิลป์ อธิบายว่า ตัวเลขดังกล่าวทำให้เรียนรู้ว่าการ์ดตกนิดหน่อยไม่ได้เลย ขณะที่เราทำได้ดี แต่มาตรการที่เราทำดีมาตลอดถ้าแก้ไขนิดเดียวสิ่งที่ทำมาจะไม่ได้ผลอะไร เหมือนที่ ผอ.ศบค.พูดว่า สิ่งที่ต้องตัดสินต่อไปนี้ขึ้นอยู่กับตรงนี้ ถ้าผ่อนปรนไปจนอ่อนมากๆ แล้วติดเชื้ออย่างนี้จะทำให้สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดร่วมเดือนจะพังทลายในเวลาสั้นมากๆ แล้วเราจะสูญเสียทุกอย่างที่เราทำมาเกือบทั้งหมด เน้นย้ำว่าเราต้องเรียนรู้จากรอบบ้านของเรา ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปตัดสินใจในเชิงนโยบาย

ตัวเลขมันฟ้อง จว.ไหน เตรียมเฮ-เตรียมแห้ว "ผ่อนปรนมาตรการ"

ส่วนกระแสข่าวว่าบางจังหวัดเตรียมจะคลายล็อก ผ่อนผันให้มีการขายของในตลาดได้ ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อเหลือเลขตัวเดียว จะทำให้ยืดหยุ่นมากกว่านี้ได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผอ.ศบค.จะใช้สถิติ ชุดข้อมูล และความร่วมมือเป็นสำคัญ การจะเปิด ผ่อนปรน ขึ้นอยู่กับตัวเลขเหล่านี้ ยืนยันว่าการจะยกเลิกตอนนี้ยังไม่มี แต่เป็นลักษณะผ่อนปรน เพราะสถานการณ์รอบบ้านเรามีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ของเราแม้จะควบคุมได้ แต่ถ้ากระพริบตา ประมาทนิดเดียว ตัวเลขพุ่งขึ้นทันที ที่ผ่านมากรมควบคุมโรคได้เก็บสถิติเอาไว้ทั้งหมด อะไรจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังขึ้นอยู่กับสถิติและความจำเป็น สถานที่ใดที่จำเป็นต้องเปิดต้องมีมาตรการดูแลให้มั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่เชื้อระหว่างกัน ซึ่งมีการหยิบยกมาพูดกัน อาจะมีการทดลองเป็นกลุ่มจังหวัด บางพื้นที่ หรือจะขยายทั้งประเทศต้องรอฟังก่อน ส่วนรายละเอียดต้องฟังมติจาก ครม.และมติ ศบค.ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

ตัวเลขมันฟ้อง จว.ไหน เตรียมเฮ-เตรียมแห้ว "ผ่อนปรนมาตรการ"

เมื่อถามว่า หลายบริษัทเริ่มกลับมาทำงานแล้ว และพบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิดจากสถานที่ทำงาน จะมีแนวทางอย่างไร นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เราต้องเก็บเป็นสถิติ สถานประกอบการนั้นจะถูกเพ่งเล็ง ถ้ามีความจำเป็นต้องเปิดจะต้องสร้างมาตรการเข้มในการควบคุม นายกฯไม่ได้ตัดสินใจอะไรคนเดียว เพราะคนเดียวสั่งไม่ได้ ต้องดูตัวเลขทั้งหมด เป็นการตัดสินใจแบบหมู่คณะ เพื่อให้รอบด้านและเป็นทิศทางที่ปฏิบัติได้ ถ้าเจอกรณีนี้ให้รีบรายงาน อย่ากลัวและอย่าปิดข้อมูล เอาความจริงมาบอกเพื่อจะทำให้ควบคุมโรคได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง