“วัคซีนพาสปอร์ต” ปูทางฟื้นตัวเศรษฐกิจ กับ 10 คำถามที่ต้องการคำตอบ

19 มี.ค. 2564 | 06:36 น.

การ์ทเนอร์ ชี้ “วัคซีนพาสปอร์ต” แนวทางฟื้นตัวเศรษฐกิจทั่วโลก หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 กับ 10 คำถามที่ต้องหาคำตอบ

    ดร. ชารอน ฮักเคนเนส  นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า ใบรับรองวัคซีนดิจิทัลหรือที่รู้จักกันในชื่อ "วัคซีนพาสปอร์ต"  ถือเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาใหม่ที่มีความเป็นไปได้ในการสนับสนุนธุรกิจให้กลับมาดำเนินต่อและให้สังคมกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมอีกครั้งทั่วประเทศและทั่วโลก นอกจากช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อระลอกใหม่แล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสและความสะดวกในการส่งบุคคลที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วกลับมายังสถานที่กักตัว เช่น สถานที่ทำงาน และประเทศที่เปิดให้เดินทางระหว่างประเทศ

ดร. ชารอน ฮักเคนเนส  นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์

     ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมากลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและสุขภาพขนาดใหญ่หลายแห่งได้ร่วมมือกันเปิดตัว “โครงการหนังสือรับรองประวัติการรับวัคซีน (The Vaccine Credential Initiative)” เพื่อสร้างระบบการจัดเก็บข้อมูลและเรียกดูบันทึกการรับวัคซีนแบบดิจิทัล ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ได้เปิดตัวคณะทำงานด้านสุขภาพดิจิทัลเพื่อพัฒนากรอบการทำงานและมาตรฐานใบรับรองวัคซีนดิจิทัลอัจฉริยะสำหรับโรคไข้เหลืองและโควิด-19 เพื่อปูทางไปสู่การเพิ่มการรับรองการรับวัคซีนประเภทอื่น ๆ ในภายหลัง

    ทั้งนี้ความพยายามอย่างหนักจากทุกภาคส่วนเหล่านี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนา วัคซีนพาสปอร์ตให้เกิดขึ้นจริง แม้จะยังมีคำถามสำคัญหลายประการ ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ แหล่งที่มาและการตรวจสอบข้อมูล รวมถึงคำจำกัดความของภูมิคุ้มกันในกลุ่มของพวกเขา

    แต่การนำวัคซีนพาสปอร์ตมาใช้ในวงกว้างมีอุปสรรคเกิดขึ้นมากมาย องค์กรภาคเอกชนและภาครัฐต้องทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจส่งผลเสียเช่นเดียวกับคำมั่นสัญญา จึงจะสามารถวางแผนการนำมาใช้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

     โดย 10 คำถามสำคัญที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมถึงผู้กำหนดนโยบายของรัฐหรือองค์กรควรร่วมค้นหาคำตอบ ได้แก่ 

  1. การกำหนดมาตรฐาน - ใครจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน? ทั่วโลกจะมีหลายมาตรฐานหรือไม่? กำหนดความหมายของภูมิคุ้มกันไว้อย่างไร?
  2. การนำมาใช้- ใบรับรองจะถูกนำมาใช้อย่างไร? ใช้กับการเดินทาง? การทำงาน? หรือ ความบันเทิง? โดยการใช้งานใบรับรองนี้จะผ่านการตรวจสอบทางกฏหมายด้วยหรือไม่?
  3. การให้การยอมรับ - ใครจะยอมรับใบรับรองวัคซีนนั้นบ้าง? หากมีใบรับรองหลายแบบ จะมีใบรับรองไหนที่ได้รับการรับรองในวงกว้างมากกว่าใบรับรองอื่น ๆ ?
  4. การเห็นด้วย - ประชาชนจะใช้ใบรับรองเหล่านี้ด้วยหรือไม่? ใบรับรองจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไหม?
  5. การให้ความเสมอภาค - ประชาชนจะสามารถเข้าถึงและจัดการข้อมูลดิจิทัลส่วนตัวได้ด้วยไหม? ใบรับรองจะทำให้เกิดการตีตราทางสังคมหรือเกิดการแบ่งแยกทางดิจิทัลที่รุนแรงขึ้นหรือไม่?
  6. การกำกับดูแล - ใครจะเป็นผู้ดูแลระบบและข้อมูล? ความเป็นส่วนตัวจะได้รับการคุ้มครองอย่างไร? การปลอมแปลงเอกสารจะถูกค้นพบและจัดการอย่างไร?
  7. การนำมาใช้ประโยชน์หลากหลาย - ใบรับรองจะมีวันหมดอายุไหมหากวัคซีนมีผลในระยะเวลาจำกัด? ใบรับรองควรต้องมีข้อมูลภูมิคุ้มกันสำหรับสายพันธ์อื่น ๆด้วยหรือไม่? ความแตกต่างของกลุ่มบุคคลจะทำให้การแสดงผลประสิทธิภาพของวัคซีนต่างกันไหม?
  8. การตรวจสอบและพิสูจน์ - ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันจะได้รับการตรวจสอบอย่างไร? ใครจะเข้าถึงบันทึกการฉีดวัคซีนได้บ้าง? จะยืนยันความถูกต้องของข้อมูลนั้นอย่างไร?
  9. การนำระบบโครงสร้างพื้นฐานมาใช้ - โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วสามารถจัดการข้อมูลและความต้องการด้านความปลอดภัยของใบรับรองดิจิทัลได้หรือไม่? จะควบรวมระบบหรือโครงสร้างเหล่านี้และทำงานร่วมกันได้หรือไม่?
  10. ผลที่อาจเกิดตามมาโดยไม่ตั้งใจ - ใบรับรองดิจิทัลจะทำให้เกิดความไม่มั่นใจในวัคซีนเพิ่มขึ้นไหม? จะเป็นการเพิ่มขั้นตอนการรับวัคซีนหรือไม่? จะกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้คนไม่ดูแลตัวเองปล่อยให้ติดเชื้อเพื่อให้ได้ใบรับรองหรือไม่?

    อย่างไรก็ตามหนทางที่ทำให้วัคซีนพาสปอร์ตใช้งานได้จริงนั้น การทำให้ผู้ใช้ยอมรับในวงกว้างต้องเกิดขึ้น ด้วยความท้าทายข้างต้นองค์กรที่กำลังพิจารณาการใช้วัคซีนพาสปอร์ตต้องเห็นด้วยในกรอบการกำกับดูแลที่อนุญาตการเข้าถึงสิทธิ์ ความเท่าเทียม การพิสูจน์ความถูกต้อง และแบ่งปันข้อมูลการรับวัคซีน 

    วัคซีนพาสปอร์ตดิจิทัลในระดับสูงจะต้องเปิดใช้งานบันทึกการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามความยินยอมเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีที่ปลอดภัยตรวจสอบได้และรักษาความเป็นส่วนตัว และต้องสามารถทำงานข้ามองค์กรและข้ามเขตพรมแดนได้ นอกจากนี้ยังต้องสร้างขึ้นบนมาตรฐานสากล มีความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายอำนาจ ในแง่ของข้อมูลที่ได้มาต้องมีการกำหนดมาตรฐานข้อมูล การจัดรูปแบบและการแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งสำคัญ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :