
ไทยไม่เปิดทาง SpaceX ถือหุ้น 100% ในธุรกิจดาวเทียม ระหว่างเจรจาการค้าสหรัฐฯ
ไทยยืนยันไม่เปิดให้บริษัทสหรัฐถือหุ้น 100% ในธุรกิจบริการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ โดยระบุว่าเป็นประเด็นด้านอธิปไตย แม้จะอยู่ระหว่างการเจรจาการค้ากับสหรัฐก็ตาม
KEY
POINTS
- ไทยยืนยันจุดยืนในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ว่าจะไม่อนุญาตให้ SpaceX จัดตั้งบริษัทดาวเทียมที่ต่างชาติถือหุ้น 100%
- รัฐบาลไทยให้เหตุผลว่าการจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติในธุรกิจโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมเป็นประเด็นด้านอธิปไตยของประเทศ
- ปัจจุบันกฎหมายไทยจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมบางประเภทไว้ที่ 49%
Bloomberg รายงาน ไทยประกาศจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่อนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯ ตั้งบริษัทโทรคมนาคมดาวเทียมที่ถือหุ้น 100% โดยชาวต่างชาติ ในระหว่างการเจรจาการค้ากับรัฐบาลสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่าเป็นประเด็นด้านอธิปไตยของประเทศ
นางกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในบทสัมภาษณ์ว่า ประเด็นดังกล่าวจะถูกบรรจุอยู่ในวาระการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับกรุงวอชิงตัน ซึ่งมีกำหนดกลับมาเจรจากันอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้
มีอยู่ธุรกิจเดียวที่เราคิดว่าจริง ๆ แล้วไม่อยากให้เขามาลงทุน คือบริการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low-Orbit) นั่นเป็นประเด็นด้านอธิปไตย โดยพื้นฐานแล้วมีบริษัทเดียวในสหรัฐฯ ที่ต้องการเรื่องนี้จริง ๆ คือ SpaceX
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) และ SpaceX ไม่ได้ตอบกลับคำขอแสดงความคิดเห็นที่ส่งไปแยกกัน
บริษัทด้านดาวเทียม อวกาศ และปัญญาประดิษฐ์ของอีลอน มัสก์ ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนมิถุนายน กำลังผลักดันให้ได้รับสิทธิในการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ในประเทศไทยมากขึ้น โดยปัจจุบันกฎหมายไทยจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติไว้ที่ 49% สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมบางประเภท
รายงานระบุว่า ไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะเพิ่มการซื้อเครื่องบิน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถั่วเหลือง และข้าวโพดจากสหรัฐ นอกจากนี้ ไทยจะปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการเหลือ 0% และยอมรับมาตรฐานของสหรัฐสำหรับการนำเข้าเนื้อวัว เนื้อแกะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ไทยจะไม่ให้สิทธิในลักษณะเดียวกันกับเนื้อหมูจากสหรัฐ
เป้าหมายหลักของไทยในการเจรจาการค้ากับสหรัฐ
การรักษาอัตราภาษีศุลกากรรวมให้อยู่ต่ำกว่าระดับ 19% ซึ่งเป็นอัตราที่ไทยเคยตกลงไว้เมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่คำวินิจฉัยของศาลฎีกาสหรัฐจะพลิกแนวทางนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อฟื้นอำนาจในการใช้มาตรการภาษีของทรัมป์ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้เปิดการสอบสวนหลายกรณีภายใต้มาตรา 301 (Section 301) ต่อสิ่งที่มองว่าเป็นแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ประเทศไทยอยู่ภายใต้อัตราภาษี 12.5% ตามคำวินิจฉัยของ USTR ซึ่งบังคับใช้กับ 60 ประเทศที่ถูกมองว่าไม่ได้ดำเนินมาตรการอย่างเพียงพอในการจำกัดการค้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ระหว่างการถูกสอบสวนอีกกรณีเกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกิน
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ไทยได้ปฏิเสธข้อเสนอของ SpaceX ที่ต้องการจัดตั้งบริษัทย่อยซึ่งต่างชาติถือหุ้น 100% โดยหนังสือพิมพ์ The Nation รายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยอ้างคำกล่าวของนายชัยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในขณะนั้น






