thansettakij
thansettakij
เปิดตัว “Dolphin” หุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติครั้งแรก นำร่องที่ภูเก็ต

เปิดตัว “Dolphin” หุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติครั้งแรก นำร่องที่ภูเก็ต

05 ส.ค. 69 | 10:46 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ส.ค. 69 | 10:47 น.

ZBHA ผนึกซูเปอร์ การ์ด นำร่องภูเก็ต เชื่อม CCTV-เซนเซอร์ สั่งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอัตโนมัติ เตรียมขยายสู่พัทยาและแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ

KEY

POINTS

  • เปิดตัว “Dolphin” หุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติเครื่องแรกในไทย โดยนำร่องใช้งานที่สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต
  • หุ่นยนต์ทำงานเชื่อมต่อกับระบบ AI และกล้องวงจรปิด สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันทีโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบความผิดปกติ
  • มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางน้ำ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว โดยมีแผนขยายผลไปยังพัทยาและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ

ประเทศไทยเปิดตัวหุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติ “Dolphin” ครั้งแรก ยกระดับระบบความปลอดภัยทางน้ำ หลังบริษัท ZBHA International Limited จากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน จับมือบริษัท รักษาความปลอดภัย ซูเปอร์ การ์ด จำกัด นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซนเซอร์ และกล้องตรวจจับ เข้ามาเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยส่งมอบให้สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกของไทย

เปิดตัว “Dolphin” หุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติครั้งแรก นำร่องที่ภูเก็ต

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI มาใช้ด้านความปลอดภัยสาธารณะในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางน้ำ เพิ่มความรวดเร็วในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย

“Dolphin” หุ่นยนต์กู้ภัย AI ทำงานอัตโนมัติ ไม่ต้องรอคำสั่ง

หุ่นยนต์กู้ภัยทางน้ำ “Dolphin” ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายท้ายเรือ สามารถวิ่งบนผิวน้ำด้วยความเร็วสูงสุด 7 เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 420 เมตรต่อนาที รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 1,000 กิโลกรัม และสามารถเข้าถึงผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่เสี่ยง

จุดเด่นสำคัญคือการทำงานร่วมกับระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และเซนเซอร์ตรวจจับ เมื่อระบบ AI วิเคราะห์พบความผิดปกติ เช่น ตรวจพบผู้กำลังจมน้ำ หุ่นยนต์สามารถถูกปล่อยออกปฏิบัติการและวิ่งเข้าหาผู้ประสบภัยได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งจากเจ้าหน้าที่

เปิดตัว “Dolphin” หุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติครั้งแรก นำร่องที่ภูเก็ต

สำหรับหุ่นยนต์ Dolphin มี 2 รุ่นหลัก ได้แก่

Dolphin1 รุ่นแบบพกพา สามารถโยนลงน้ำและใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวและเรือจำนวนมาก

Dolphin3 รุ่นเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม AI เต็มรูปแบบ สามารถทำงานร่วมกับระบบเฝ้าระวัง กล้อง และเซนเซอร์แบบอัตโนมัติ

นายขง เซี่ยนหมิง (Kong Xianming) ประธานบริษัท ZBHA International กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำในอดีตต้องพึ่งพาอุปกรณ์พื้นฐานและกำลังคน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความรวดเร็วและประสิทธิภาพ ขณะที่ Dolphin ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือ ควบคุมเส้นทางกลับฝั่ง และเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายสำหรับติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์

“ระบบ AI ที่ควบคุม Dolphin สามารถประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ภายใต้แนวคิด Smart Thailand, Smart Security โดยเทคโนโลยีจะเข้ามาทำงานร่วมกับมนุษย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย” 

เตรียมต่อยอดหุ่นยนต์ Patrol ยกระดับความปลอดภัยพื้นที่อาคาร

นอกจากหุ่นยนต์กู้ภัยทางน้ำ Dolphin แล้ว ZBHA ยังอยู่ระหว่างพัฒนาหุ่นยนต์ลาดตระเวน “Patrol” สำหรับใช้งานภายในและภายนอกอาคาร โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนที่การใช้กำลังคนอาจมีข้อจำกัด

หุ่นยนต์ Patrol จะสามารถทำงานร่วมกับระบบ AI และห้องควบคุม (Control Room) ที่มีเจ้าหน้าที่คอยติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ โดยบริษัทมองว่าเทคโนโลยีและบุคลากรจะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในระยะยาว

จากภูเก็ตสู่พัทยา ขยายครบ 11 สถานีตำรวจ

เปิดตัว “Dolphin” หุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติครั้งแรก นำร่องที่ภูเก็ต

พันตำรวจเอก สุกรี สินเย็น ประธานที่ปรึกษาบริษัท รักษาความปลอดภัย ซูเปอร์ การ์ด จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายนำเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงเข้ามายกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยว นักศึกษา และนักธุรกิจต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากกว่า 11 ล้านคนต่อปี การเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ

หลังจากส่งมอบ Dolphin ให้กับ สภ.เชิงทะเล จังหวัดภูเก็ตแล้ว ในสัปดาห์หน้าจะมีการส่งมอบหุ่นยนต์อีกหนึ่งตัวให้กับเทศบาลเมืองพัทยา ก่อนขยายผลไปยังสถานีตำรวจทั้ง 11 แห่งในจังหวัดภูเก็ต และต่อยอดไปยังจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ

โดยพื้นที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ถูกวางเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายลำดับถัดไป เพื่อผลักดันเป้าหมายลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำในพื้นที่ท่องเที่ยวให้เป็นศูนย์

AI เสริมกำลังคน ลดความเสี่ยงจมน้ำในพื้นที่ชายฝั่ง

สำหรับพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เชิงทะเล ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลขนาดใหญ่ โดยในอดีตเคยมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำเฉลี่ยปีละประมาณ 12 ราย ส่งผลกระทบทั้งด้านชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว

ที่ผ่านมา สภ.เชิงทะเล ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล ได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังด้วยกำลังคน ผ่านการใช้รถลาดตระเวน ATV และทีมไลฟ์การ์ด จนสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตเหลือ 0 รายในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังด้วยกำลังคนยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีกระแสน้ำดูด ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่สร้างอันตรายแม้กระทั่งกับเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิต การนำ AI และหุ่นยนต์เข้ามาเสริมจึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มความครอบคลุมของระบบรักษาความปลอดภัย

พันตำรวจเอก เอกรัตน์ พลายด้วง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาแนวทางการลาดตระเวนและทีมไลฟ์การ์ดจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้ แต่ยังมีข้อจำกัดในด้านการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง

การได้รับมอบหุ่นยนต์ Dolphin จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือ โดยเฉพาะในอนาคตหากสามารถเชื่อมต่อกับระบบ CCTV และระบบตรวจจับให้ทำงานอัตโนมัติได้ตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางน้ำของประเทศไทยได้อย่างมาก