thansettakij
thansettakij
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ “แข็งค่า” ที่ระดับ  31.34 บาทต่อดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ “แข็งค่า” ที่ระดับ 31.34 บาทต่อดอลลาร์

25 พ.ค. 64 | 00:39 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 64 | 09:56 น.

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทอาจได้รับแรงหนุนให้แข็งค่าขึ้น จากโฟลว์ขายทำกำไรทองคำ (ขายกำไรบนสกุลเงินดอลลาร์ และแลกกลับมาเป็นเงินบาท) หลังจากที่ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญใกล้ระดับ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  31.34 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่า”ขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 31.37 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน  พานิชพิบูลย์  นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทยระบุว่า ตลาดการเงินโดยรวมกลับมากล้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นอีกครั้ง หลังผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่คลายกังวลปัญหาการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อและลดความกังวลว่าเฟดอาจรีบปรับลดการอัดฉีดสภาพคล่องหรือลดการทำคิวอีในปีนี้ ซึ่งภาพดังกล่าว หนุนให้หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวขึ้นนำตลาด และช่วยทำให้ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปิดบวกกว่า 1.41% ส่วนดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ก็ปิดบวกราว 1% ขณะที่ ดัชนี Dowjones ที่มีสัดส่วนหุ้นเทคฯ น้อยกว่า ก็ยังสามารถรีบาวด์ 0.54% ด้วยแรงหนุนจาก การรีบาวด์ขึ้นของราคาน้ำมันดิบ หลังข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านอาจจะยังไม่สามารถบรรลุได้ในระยะสั้น ลดโอกาสที่อิหร่านจะกลับมาผลิตและส่งออกน้ำมันได้เร็ว

 

ส่วนทางฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX50 ก็ปรับตัวขึ้นราว 0.5% จากแรงหนุนของหุ้นในกลุ่มเทคฯ (ASML +2.1%, Adyen +0.93%) และการเดินหน้าปรับตัวขึ้นของหุ้นในกลุ่ม Cyclical อย่าง กลุ่มการเงิน อาทิ หุ้นแบงก์ (Intesa Sanpaolo +1.05%, BNP Paribas +0.85%) เป็นต้น

 

ทางด้านตลาดบอนด์ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดที่ยืนกรานว่า แนวโน้มการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อเป็นปัจจัยเพียงชั่วคราวและเฟดจะยังคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อ ช่วยทำให้ตลาดคลายกังวลปัญหาการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อรวมถึงโอกาสที่เฟดจะเร่งรีบปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน ซึ่งภาพดังกล่าว ทำให้ผู้เล่นในตลาดบอนด์กล้าที่จะกลับเข้ามาเพิ่มสถานะการถือครองบอนด์ระยะยาวมากขึ้น กดดันให้ บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงต่อเนื่อง สู่ระดับ 1.60%

 

นอกจากนี้ การย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10ปี และภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ได้กดดันให้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ล่าสุดย่อตัวลงสู่ระดับ 89.84 จุด ส่วนสกุลเงินหลัก อย่าง เงินยูโร (EUR) แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2216 ดอลลาร์ต่อยูโร ส่วนเงินเยน (JPY) ก็แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 108.7 เยนต่อดอลลาร์

 

 

 

สำหรับวันนี้ ผู้ในเล่นตลาดส่วนใหญ่จะยังคงติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อาทิ Esther George, Charles Evans เป็นต้น เพื่อจับตามุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ รวมถึงโอกาสที่เฟดจะปรับลดการทำคิวอี

ส่วนในฝั่งยุโรป  ตลาดมองว่า การฟื้นตัวเศรษฐกิจยุโรปที่มีแนวโน้มดีขึ้น จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ โดยในฝั่งเยอรมนี ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีโดยสถาบัน IFO (IFO Business Climate) จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 98 จุด ในเดือนพฤษภาคม

 

ฝั่งไทย เรามองว่า เศรษฐกิจไทยจะยังคงได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้นตามภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยคาดว่ายอดการส่งออกเดือนเมษายนจะโตถึง 9.4%y/y ขณะที่ยอดนำเข้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อส่งออกจะโตกว่า 23% ส่วน ดุลการค้าจะเกินดุลกว่า 600 ล้านดอลลาร์

 

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท  เรามองว่า ควรจับตาทิศทางของเงินดอลลาร์และแรงเทขายสินทรัพย์ในฝั่งเอเชียให้ดี โดย เงินดอล ลาร์มีโอกาสทรงตัวหรืออ่อนค่าลง ถ้าตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด อาจกดดันเงินดอลลาร์ หากเฟดยืนกรานไม่รีบปรับลดคิวอี อย่างไรก็ดี ปัญหาการระบาดของ COVID-19 อาจกดดันสกุลเงินเอเชียให้ยังคงผันผวนและไม่ได้แข็งค่าขึ้นมากตามการอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งต้องติดตามแรงขายหุ้นและบอนด์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติที่อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าได้

อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจได้รับแรงหนุนให้แข็งค่าขึ้น จากโฟลว์ขายทำกำไรทองคำ (ขายกำไรบนสกุลเงินดอลลาร์ และแลกกลับมาเป็นเงินบาท) หลังจากที่ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญใกล้ระดับ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.30-31.40 บาท/ดอลลาร์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเช้านี้ (25 พ.ค.) ขยับเข้าใกล้แนว 31.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะมาปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 31.32-31.34 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวันทำการก่อนที่ 31.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย สวนทางสัญญาณการปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยง และตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชีย นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ยังอ่อนค่าลงตามทิศทางบอนด์ยีลด์ หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดย้ำมุมมองว่า เงินเฟ้อสหรัฐฯ เป็นภาวะชั่วคราว

 

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ คาดไว้ที่ 31.25-31.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยติดตามที่สำคัญวันนี้ จะอยู่ที่สถานการณ์โควิด 19 ของไทยและต่างประเทศ ข้อมูลการส่งออกเดือนเม.ย. ของไทย ตลอดจนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่  ดัชนีราคาบ้านเดือนมี.ค. ยอดขายบ้านใหม่เดือนเม.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค.