thansettakij
thansettakij
UWC มั่นใจ ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

UWC มั่นใจ ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

17 ส.ค. 63 | 10:15 น.

UWC โชว์กำไรขั้นต้น โตกว่า 295% ในรอบ 6 เดือน มั่นใจผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุด เดินหน้าสร้างธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและเสาเทเลคอมในต่างประเทศ

นายธีรชัย ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอื้อวิทยา จำกัด(มหาชน) หรือ UWC เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยในรอบ 6 เดือนของปี 2563 มี กำไรขั้นต้น 59.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 295% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนขั้นต้น 79.8 ล้านบาท โดยเป็นการสร้างกำไรขั้นต้นติดต่อกันตั้งแต่ไตรมาส 1 จากการความพยามยามปรับโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการภายในให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น  ทำให้ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการผลิตลงได้

UWC มั่นใจ ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

 

ทั้งนี้บริษัทฯมีความเชื่อมั่นว่า ผลประกอบการได้ ผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้ว หลังการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการบริหารงานตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา  เพื่อการสร้างผลประกอบการที่เป็นบวกโดยเร็วที่สุด รวมทั้งได้หยุดธุรกิจที่ไม่ธุรกิจหลัก(Non-Core Business)และไม่ทำกำไร โดยงบการเงินไตรมาส 2 ของปี 2563 มีผลขาดทุนสุทธิ 163.88 ล้านบาท  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกิดจากการขายธุรกิจโรงไฟฟ้า 149 ล้านบาท และมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 18.39 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุน 79.34 ล้านบาทในไตรมาส 2 ของปีก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ETC อวดกำไรไตรมาส 2 โตแรง 203%

SISB มองธุรกิจครึ่งปีหลังฟื้น ตั้งเป้านักเรียนใหม่เพิ่ม 5%

ธปท.แจง จีดีพีไตรมาส 2 หดตัวน้อยกว่าที่คาดไว้

สำหรับผลประกอบการรอบ 6 เดือนของปี 2563 บริษัท มีรายได้รวม 475.93 ล้านบาท ลดลง 23.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากรายได้จากโครงการเสาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและโทรคมนาคมลดลง 42%  จากการขอเลื่อนการรับสินค้าในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ยังไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามยอดผลิตในไตรมาส 2

“การปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ และขายธุรกิจโรงไฟฟ้าที่จะมีการพิจารณาอนุมัติโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ โดยที่ปรึกษาการเงินอิสระ (IFA) ให้จัดทำรายงานต่อผู้ถือหุ้นและมีความเห็นว่าการขายโรงไฟฟ้านี้มีความเหมาะสม จะทำให้บริษัทฯมีสภาพคล่องและสามารถชำระหนี้หุ้นกู้ก่อนกำหนด 300 ล้านบาท จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้ราว 10 ล้านบาท  และยังลดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นจาก 3.38 เหลือ เพียง 1.74 เท่า ทำให้ฐานะการเงินมีความแข็งแกร่ง”