
ส.อ.ท. ชี้สมาชิกต้องการวัคซีนทางเลือก 1 ล้านโดส
ส.อ.ท. เผยสมาชิกมีความต้องการวัคซีนทางเลือกจ่ายเงินฉีดให้พนักงานเองกว่า 1 ล้านโดส เบื้องต้นขอซื้อ 3 แสนโดสเร่งฉีดคนงาน หวั่นโควิดลาม กระทบผลิต-ส่งออกสะดุด
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความต้องการวัคซีนทางเลือกของสมาชิก ส.อ.ท. ที่แสดงเจตจำนงเข้ามาอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านโดส เพื่อนำไปฉีดให้กับพนักงาน แต่เนื่องจากการนำเข้าวัคซีนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ล็อตแรกในเดือนมิถุนายนมีจำนวน 1 ล้านโดสเท่านั้น โดยสามารถจัดสรรให้กับ ส.อ.ท. ได้ทั้งหมดตามความต้องการดังกล่าวแต่ขณะนี้มีความต้องการจากรายอื่นด้วย ดังนั้น ส.อ.ท. จึงขอซื้อในเบื้องต้นก่อน 3 แสนโดส
ส่วนเรื่องของฉีดวัคซีนนั้น เมื่อได้วัคซีนเข้ามา ส.อ.ท. กับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะต้องมีการหารือ และทำงานร่วมกัน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการฉีด ทั้งเรื่องของสถานที่ และวันเวลา โดยเรื่องของสถานที่ ส.อ.ท. เองมีความพร้อมจากความร่วมของสมาชิก แต่ด้วยเงื่อนไขของการรักษามาตรการทางด้านความปลอดภัย หรือการป้องกันความเสี่ยง อาจจะไม่สามารถไปฉีดที่โรงงานแต่ละแห่งได้ทันที ดังนั้นอาจต้องใช้นิคมอุตสาหกรรมที่ใดที่หนึ่งเป็นที่ฉีด โดยทางราชวิทยาลัยฯจะช่วยดำเนินการในเรื่องดังกล่าวร่วมกับ ส.อ.ท. เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
“ส.อ.ท.ได้เรียกร้องเรื่องวัคซีนทางเลือกมาโดยตลอด ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการเข้าไปร่วมมือกับราชวิทยาลัยฯล่วงหน้า โดย ส.อ.ท. มีความพร้อมที่จะขอซื้อวัคซีนที่เข้ามาทั้งหมด แต่ก็มองว่าอาจจะไม่เหมาะสมเท่าใดนักกับสถานการณ์เวลานี้ เพราะปัจจุบันยังมีอีกหลายภาคส่วนที่ต้องการวัคซีนทางเลือกเช่นเดียวกัน จึงขอซื้อในเบื้องต้น 3 แสนโดส เพื่อให้วัคซีนกระจายไปหลายส่วน”
นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ส.อ.ท. มีความเป็นห่วงเรื่องการระบาดของโควิด-19 (covid-19)ในโรงงานมาตั้งแต่ต้น โดยมีการมองสถานการณ์ล่วงหน้าเอาไว้ จากแนวโน้มการแพร่ระบาดที่กระจายตัวเร็วว่าระลอกที่ 1-2 ซึ่งเป็นที่มาของการมองหาวัคซีนทางเลือกให้กับสมาชิก เพราะหากปล่อยให้มีการระบาดเข้าไปในโรงงานจนต้องหยุดการผลิต จะส่งผลกระทบอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคการส่งออก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการล่าช้าจนต้องเสียค่าปรับ และที่สำคัญคือสร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับผู้สั่งซื้อในต่างประเทศด้วยว่าโรงงานในไทยไม่ได้มาตรฐาน เพราะไม่มีมาตรการฉีดวัคซีนให้กับคนงาน
นอกจากนี้ ยังอาจจะกระทบกับซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอีกหลายอุตสาหกรรม โดยจะส่งผลทำให้เศรษฐกิจของประเทศยิ่งชะลอตัวลงไปอีก หากเครื่องยนต์ที่คอยพยุงเศรษฐกิจอย่างภาคอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงักลง อย่างไรก็ดี ส.อ.ท.ได้สั่งการไปยังสมาชิกให้มีการใช้แผนรับมือกับเหตุการณ์ภาวะวิกฤติ (Business Continuity Plan : BCP) มาตั้งแต่โควิดระบาดในระลอกที่ 1 ซึ่งก็ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมยังสามารถดำเนินการผลิตได้อยู่ แต่ก็ได้มีการเน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น จากการที่เชื้อไวรัสกลายพันธุ์ในระลอกที่สาม ซึ่งแพร่ระบาดได้ง่ายมาก
“ปีนี้คงพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว ภาคบริการแทบจะไม่ได้ เพราะระลอกที่ 3 กว่าจะฉีดวัคซีน กว่าจะเปิดประเทศได้อย่างเต็มที่ คงต้องหลังจากฉีดไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องจักรตัวเดียวที่ยังแข็งแรงอยู่คือภาคอุตสาหกรรม และโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ซึ่งในขณะนี้ทำได้ดี และมีแนวโน้มของการส่งออกทั้งปีที่ 4-6% จากการที่ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ฟื้นตัว และมีความต้องการสินค้ามากขึ้น เห็นได้จากแนวโน้มตัวเลขการส่งออกในเดือนมีนาคมถึงเมษายนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- "วัคซีนทางเลือก" อยากฉีดต้องจ่ายเงินเอง "ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์" เคลียร์ชัด
- ส.อ.ท.เตรียมซื้อ ‘ซิโนฟาร์ม’ จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 3 แสนโดส
- ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์คอนเฟิร์ม “ซิโนฟาร์ม” 1 ล้านโดส ถึงไทย มิ.ย. นี้
- ปล่อยตายผู้ป่วยโควิด! มาเลเซียวิกฤติทางสาธารณสุข "หมอเฉลิมชัย" เร่งรัฐออกมาตรการเลิกเกรงใจใคร
- วัคซีน"แอสตร้าเซนเนก้า" ผลิตในไทย พร้อมส่งมอบล็อตแรกให้รัฐบาลสัปดาห์นี้






