
“วษ.เพชรบุรี” โดนตัดสิทธิ์โควตานมโรงเรียน
มิล์คบอร์ดปิดคดี “เชือด “วษ.เพชรบุรี” โชว์ตัดสิทธิ์โควตานมโรงเรียนมีผลทันที หลังเบี้ยวรับซื้อน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทรายเคว้ง ต้องขายนอกโควตา “นัยฤทธิ์” แย้มมีคิวรอขึ้นเขียงอีกระหว่างสหกรณ์กับสหกรณ์
จากกรณีที่ สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัด มีหนังสือที่ สค.062/2563 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 แจ้งว่า สหกรณ์ได้ทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2562/2563 กับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี (วษ.เพชรบุรี) ปริมาณน้ำนม 4 ตันต่อวัน วัตถุประสงค์เพื่อนมโรงเรียน ซึ่งตลอดระยะเวลา 7 เดือน ที่ผ่านมา (ตุลาคม 2562-เมษายน 2563) ยังไม่มีการผลิต คณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบ โดยนายพิเชษฐ์ นายพิเชษฐ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะประธาน ได้ส่งเรื่อง วษ.เพชรบุรี ไม่ปฎิบัติตามเอ็มโอยู ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่มิลค์บอร์ดกำหนด จะต้องถูกลงโทษซึ่งแล้วแต่มิลค์บอร์ดจะมีมติอย่างไรนั้น
วันที่ 22 มิ.ย.63 นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า วันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือมิลค์บอร์ด ที่มี นางอุมาพร พิมลบุตร รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมได้มีมติตัดสินยกเลิกการทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การซื้อขายน้ำนมโคปี 2562/2563 ตามที่คณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบชงเสนอ ของ “วษ.เพชรบุรี” เปรียบกับถูกตัดสิทธิ์โควตานมโรงเรียนไปโดยปริยาย เพราะการที่จะได้โควตานมโรงเรียนนั้นจะต้องมีบันทึกเอ็มโอยู
จากนั้นในสิทธิ์โควตาที่ วษ.เพชรบุรีรับผิดชอบน้ำนมดิบกับสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัด จะขายให้ใครเป็นคนรับผิดชอบ 4 ตันต่อวัน ก็นำไปทำบันทึกข้อตกลงใหม่ รวมทั้งรับผิดชอบน้ำนมกล่องที่มีปัญหา 4 ล้านกล่อง ก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งผู้ที่จะทำหน้าที่ตัดสิทธิโควตานมโรงเรียน เป็นหน้าที่อนุฯนมโรงเรียนในการประชุมครั้งต่อไป
อย่างไรก็ดีในกรณีอย่างนี้ได้เคยเกิดขึ้นแล้วระหว่างสหกรณ์กับสหกรณ์ ด้วยก็คือ สหกรณ์โคนมแม่ลาว ผู้ขาย กับ สหกรณ์โคนมเชียงราย ผู้ซื้อ ได้ทำบันทึกข้อตกลงกัน ณ สหกรณ์โคนมแม่ลาว เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 โดยมีวัตถุประสงค์ในสัญญา และระยะเวลา รวมถึงรายละเอียดในการจัดซื้อต่างๆ นั้น แต่การดำเนินงานที่ผ่านมานั้น เมื่อน้ำนมดิบที่สหกรณ์โคนมเชียงราย จำกัด พบว่า บางเที่ยวของการขนส่งพบนมที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ระบุไว้
แต่แทนที่สหกรณ์โคนมเชียงราย จำกัด จะแจ้งให้ปศุสัตว์เข้ามาตรวจสอบตามข้อกำหนดนมโรงเรียน คือ จะต้องให้กรมปศุสัตว์ตรวจสอบอย่างน้อย 2 ครั้งต่อภาคเรียน หรือแจ้งให้สหกรณ์โคนมแม่ลาว จำกัด จัดหาน้ำนมดิบที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ไปส่งให้กับสหกรณ์โคนมเชียงราย จำกัด ตาม ข้อ 1.2 การรับซื้อน้ำนมตลอดทั้งปี คือ 365 วัน นั้น โดยตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2563 จนถึงปัจจุบันพบว่ามีการปฎิเสธรับซื้อและขอระงับการรับซื้อ ไปทั้งสิ้น 6 ครั้ง แต่ไปนำน้ำนมดิบทีอื่นมาสวมสิทธิ์รับรองเข้านมโรงเรียนแทน ส่งผละทำให้ทางสหกรณ์โคนมแม่ลาว จำกัด ต้องนำส่วนที่ทางสหกรณ์โคนมเชียงราย จำกัด ปฎิเสธ นั้นต้องไปขายให้ อ.ส.ค. ภาคเหนือตอนล่างทั้งหมด (สุโขทัย) เป็นกรณีคล้ายกับ วษ.เพชรบุรี กับ สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัด
ที่ผ่านมาได้พยายามเจรจาให้ตกลงกันให้ได้ แต่ก็ตกลงกันไม่ได้ จะเข้าสู่กระบวนการนี้ ถือว่า กรณีศึกษาของสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัด เป็นคดีที่เป็นบรรทัดฐานจะนำไปสู่คดีของทุกสหกรณ์/เอกชน/วิทยาลัยต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ที่ทำบันทึกข้อตกลงเอ็มโอยูแล้วไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอยู แค่ 5 วันก็ถือว่าผิดสัญญาแล้ว ดังนั้นหากมีใครร้องเรียนในลักษณะเข้าข่ายแบบนี้เตรียมตัวได้เลยว่าไม่รักษากติกาการทำบันทึกข้อตกลงเอ็มโอยู จะโดนแบบ “วษ.เพชรบุรี” ที่มีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันนี้ คือ ยกเลิกบันทึกเอ็มโอยูน้ำนมดิบ 4 ตัน/วัน











