จุดเปลี่ยน‘สงขลา’ ทวงคืน ‘ศูนย์กลางเศรษฐกิจใต้”

22 เม.ย. 2564 เวลา 4:39 น.184

ประธานหอการค้าสงขลาคนใหม่ พร้อมประสานทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัด ผลักดันเมกะโปรเจ็ก สร้างเป็นแลนด์มาร์กใหม่ดึงคนเข้าพื้นที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ที่คึกคักอีกครั้ง

ประธานหอการค้าสงขลาคนใหม่ฟิต จับมือผู้นำองค์กรทุกภาคส่วนในพื้นที่ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัด ระดมความคิดเห็นขับเคลื่อนเมกะโปรเจ็ก"สกายวอล์คเขาคอหงส์ เส้นทางหลวงปู่ทวด ลายกิจกรรมกลางเมือง เพื่อเป็นแลนด์มาร์กใหม่ดึงคนเข้าพื้นที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ที่คึกคักอีกครั้ง

 

นายธนวัตน์ พูนศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลาคนใหม่ เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 1 เมษายน 2564 มีกำหนดประชุมคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดสงขลา และแถลงนโยบายครั้งแรกในวันที่ 21 เมษายน 2564 นี้ชี้ว่าเข้ามาขับเคลื่อน สถาบันภาคเอกชนภายใต้ภาวะการระบาดเชื้อโควิด-19 ที่ยืดเยื้อมาเข้าปีที่ 2 ที่ส่งผลกระทบหนักภาคท่องเที่ยว และการไร้จุดขายใหม่ของเมืองที่จะดึงดูดคนเดินทางเข้าหาดใหญ่และสงขลา จนการค้าซบเซาลง ถึงเวลาผนึกพลังคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ระดมความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน ประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลักดันแผนงานใหญ่สร้างแลนด์มาร์คใหม่เพื่อพลิกโฉม“หาดใหญ่-สงขลา” กลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ที่กระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

นายธนวัตน์ พูนศิลป์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดสงขลาคนใหม่ พร้อมประสานทุกฝ่ายผลักดันแลนด์มาร์กใหม่สงขลา

“เกือบ 2 ปีมาแล้วที่สงขลาเจอสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทางหอการค้าแทบต้องหยุดพัก ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่ผมเข้ามาในช่วงที่โควิด-19 เริ่มบรรเทาลง ประกอบกับเป็นจังหวะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำหลายองค์กรของหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา”

ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลเมืองคอหงส์ ที่ได้นายทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ เป็นนายกเทศมนตรี ที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี เป็นนายกเทศมนตรี หรือ นายไพเจน มากสุวรรณ์ ได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา ส่วนสถาบันภาคเอกชน มีนายธนวัตน์ พูนศิลป์ เป็นประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดสงขลา ซึ่งล้วนเป็นคนกลุ่มเดียวกันที่ได้ทำงานและวางทิศทางร่วมกันมา

โดยหอการค้าจังหวัดสงขลามีหน้าที่ขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การพัฒนาเมืองเป็นประเด็นหลัก ปัญหาที่ผ่านมาหลายคนคิดว่าหาดใหญ่เศรษฐกิจย่ำแย่ ตลาดกิมหยง อาคารบางส่วนปิดตัวลง แต่ไม่มีใครมาคิดว่าจะแก้อย่างไร 

  สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากภาคเอกชน ผนึกกำลังกับสำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ และอบจ.สงขลา ให้เป็นหนึ่งเดียว เพราะอำเภอหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา มีบุคคลที่มีความสามารถ มีองค์กร สมาคม ชมรมที่แข็งแกร่ง แต่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นภารกิจองค์กรตนเอง ต้องทำให้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เป็นหนึ่งเดียวกันก่อน ในนามประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา จะรวมพลังภาคเอกชนทั้งหมดมาร่วมประชุม เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่และสงขลากลับมาอีกครั้ง 

 

  ทั้งนี้ จะประชุมกรรมการหอการค้าจังหวัดสงขลาติดตามงานทุกเดือน ส่วนกกร. ควรจะประชุมทุก 2-3 เดือน งานก็จะต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพิจารณาแผนงานโครงการพัฒนาต่าง ๆ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนอื่นเพิ่มเติม เช่น การแก้ปัญหาทางเลียบเมือง สกายวอล์ค จะดำเนินอย่างไรเราก็มาประมวลทั้งหมดก่อนที่จะส่งขึ้นไปที่ กกร. เพราะส่งไปที่จังหวัด

 

พันธกิจหอการค้าสงขลา

จุดเปลี่ยน‘สงขลา’ ทวงคืน  ‘ศูนย์กลางเศรษฐกิจใต้”

ส่วนของหอการค้าสงขลา สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การเขียนภารกิจใหม่ 6 พันธกิจ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการท่องเที่ยว การกีฬา อุตสาหกรรม เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา นโยบายของจังหวัด หรือสิ่งที่ได้รับมาแล้ว เช่น Sports City MICE City และที่คาดว่าจะได้ในปี 2565 คือ Smart City ต้องขับเคลื่อนให้เกิดเป็นจริง โดยแต่ละส่วนแต่ละระดับเข้าใจเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจนเกิดความสอดคล้องกัน 

  อีกหนึ่งพันธกิจที่สำคัญคือ การขับเคลื่อนเมือง มีกลุ่มสงขลาพัฒนาเมือง และต้องทำให้สอดคล้องกับเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ ต้องดำเนินการที่ภารกิจทั้งหมด ซึ่งแยกออกเป็น 6 พันธกิจ และจัดลำกับความสำคัญเรื่องใดเริ่มก่อนหรือหลัง 

ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลาคนใหม่กล่าวอีกว่า นอกจากนี้สงขลายังมีภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ในส่วนของมหาวิทยาลัยได้มีการพูดคุยกับภาคการศึกษา เรื่องของการวิจัย การอบรม ประชุมสัมมนา การเพิ่มองค์ความรู้ ทำงานและขับเคลื่อนร่วมกันไปที่ละส่วน เชื่อว่าหาดใหญ่และสงขลาจะไปได้ดี ไม่อย่างนั้นต่างไปคนละทิศคนละทาง และอีก 10 ปีข้างหน้าจะไม่มีอะไรใหญ่ ๆ ให้แก่เมืองหรือจังหวัดเลย ในขณะที่จังหวัดอื่นๆ เกิดสิ่งใหม่ขึ้นตลอดเวลาแต่สงขลาไม่มีการเปลี่ยนแปลง 

  ทั้งนี้ แผนการพัฒนาหาดใหญ่ในวาระของประธานหอการค้า จะเร่งสะสางโครงการที่ค้างให้ต่อเนื่องก่อน เช่น ทางเลียบเมือง ซึ่งได้เฟสแรกมาแล้ว ต้องผลักดันเฟสต่อไป  

  นอกจากนี้ต้องคิดแผนโครงการใหม่ที่ใหญ่และเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่จะดึงดูดคนเข้าพื้นที่ เหมือนกับที่อำเภอเบตงที่สร้างปรากฎการณ์ใหม่ สามารถขับเคลื่อนเมืองจนมีคนเข้าไปเยือนวันละกว่า 10,000 คน เกิดการจับจ่ายใช้สอย

  เบื้องต้นที่หอการค้าสงขลา เห็นตรงกับเทศบาลเมืองคอหงส์ และอบจ.สงขลา ว่าเราต้องมีแลนด์มาร์กใหม่ โดยที่สกายวอล์ค อาจเป็นสิ่่งที่ตอบโจทย์ เพราะหาดใหญ่เป็นไม่กี่เมืองของไทย ที่มีภูเขาอยู่กลางเมือง คือเขาคอหงส์ จากบนเขาคอหงส์มองไปด้านขวามือจะเห็นทะเลสาบสงขลา มองตรงไปข้างหน้าจะเห็นหาดใหญ่ใน มองมาด้านซ้ายจะเห็นหาดใหญ่ทั้งเมือง สกายวอล์คหาดใหญ่ไม่ใช่แค่ชมหมอกซึ่งจะได้เฉพาะช่วงเช้า แต่เพื่อชมเมืองซึ่งชมได้ทั้งวัน จึงจะขับเคลื่อนร่วมกันไปสู่ขั้นการออกแบบที่จะประกวดแบบออกมาให้สวย จนถึงจัดหางบประมาณต่อไป

อีกโครงการคือ การท่องเที่ยวเส้นทางหลวงปู่ทวด ซึ่งได้มีการเสนอเข้าที่ประชุมกลุ่มจังหวัดเมื่อเดือนก่อน และจังหวัดสงขลารับเป็นเจ้าภาพ เรื่องนี้นายธนวัตน์ย้ำว่า อยากที่จะผลักดัน เพราะหลวงปู่ทวดเป็นอาจารย์ของตาไข่วัดเจดีย์ เพราะฉะนั้นต้องสร้างเรื่องราวของอาจารย์ให้ยิ่งใหญ่กว่าลูกศิษย์ นับว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่ง

ยังมีแผนงานสงขลาสู่มรดกโลก ซึ่งผลักดันกันมาหลายปี แต่ก็ยังไม่ไปถึงไหน แต่โชคดีว่าตรงนี้แข็งแรงและได้มีการดำเนินต่อ และพยายามที่จะนำเรื่องไปสู่ยูเนสโกตามขั้นตอนต่อไป

“การฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ ที่เรามองไว้คือ การรวมกลุ่มภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อนสร้างแผนแต่ละปีจะทำอะไรบ้าง ในส่วนของกีฬาอำเภอหาดใหญ่มาราธอนหายไป จะดึงอย่างไรให้หาดใหญ่มาราธอนกลับมา ยังไม่รวมถึงเรื่องการวิ่งหาดใหญ่บีชรัน ให้เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศหรือทั่วโลก เป็นการเชื่อมโยงไปถึงสงขลาเรื่องของการกีฬาอื่น ๆ อีกมากมาย

เรื่องการขับเคลื่อนเมือง เช่น ตลาดสันติสุข ตลาดกิมหยง ตลาดพลาซ่า ต้องมีวิธีคิดใหม่ที่ว่าจะกระตุ้นอย่างไรปัญหาการไม่มีที่จอดรถ ต้องขยายที่จอดรถเพิ่มหรือสถานที่ใหม่ เช่น บริเวณสถานีรถไฟชุมชนเนื้อที่หลาย 10 ไร่ และที่จอดรถหน้าโรบินสันตอนนี้หมดสัญญา ถูกดึงขึ้นมาและย้ายชาวบ้านไปอยู่ที่เหมาะสม สถานที่นั้นนอกจากเป็นลานจอดรถ อาจจะทำเป็นลานกิจกรรมใหญ่ เช่น งานดนตรี งาน OTOP สัตว์เลี้ยง พืชพันธุ์ สินค้าชุมชนมาหมุนเวียนทั้งปี ที่จะเป็นไฮไลท์ของหาดใหญ่กลับมาคึกคักอีกครั้ง 

พลิกโฉมหาดใหญ่

จุดเปลี่ยน‘สงขลา’ ทวงคืน  ‘ศูนย์กลางเศรษฐกิจใต้”

 

“ทำคนเดียวไม่ได้ ผมจะนำทีมไปหาขอความร่วมมือ”

นายธนวัตน์ พูนศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลาคนใหม่  กล่าวอีกว่า เชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นเมืองหาดใหญ่อยู่รอดได้ เพราะหาดใหญ่ไม่ได้พึ่้งการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ แม้การท่องเที่ยวดับ แต่การส่งออก  อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ การแปรรูปอาหารทะเล การแปรรูปไม้ยางพารา ธุรกิจการศึกษา สาธารณสุขในเรื่องของสุขภาพ โรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน สถาบันเสริมความงามยังพอเดินไปได้ เครื่องยนต์หลายตัวยังคงดีอยู่ มีการจับจ่าย เกิดการรักษาพยาบาล การซื้อขาย การใช้บริการทางด้านการขนส่งก็ยังดีอยู่

  แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครจริงจังในการขับเคลื่อน บางคนอยู่ในตำแหน่งนานจนขาดคนมารับช่วงต่อ แต่เวลานี้องค์กรที่เลือกตั้งเข้ามา ทั้งสภาอุตสาหกรรม สมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา อุทยานวิทยาศาสตร์ พร้อมจะขับเคลื่อนทำงาน ยังไม่นับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหน้าใหม่ รวมถึงสงขลามีรัฐมนตรีร่วมครม.อีก 2-3 คน “สงขลาถ้าไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ก็หมดโอกาส” ที่ยังกังวลคือ ผู้จะมาเป็นผู้ว่าฯสงขลาคนใหม่ เนื่องจากผู้ว่าฯปัจจุบันจะเกษียณอายุราชการเดือนกันยายนนี้ “ผู้ว่าฯใหม่อยากให้ดำรงตำแหน่งได้ 4 ปีต่อเนื่องเพื่อจะได้สร้างความเปลี่ยนแปลงของหาดใหญ่ให้เกิดผล” 

นอกจากนี้ประธานหอการค้าสงขลาคนใหม่ยังกล่าวว่า คณะกรรมการหอการค้ายุคตน ผสมผสานระหว่างรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า จุดสำคัญที่จะขับเคลื่อนคือ เป็นยุคที่กล้าเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาอยู่ภายใต้กรอบกติกาของคนเดิม แต่ยุคของตนใครที่ทำงานอยู่นานแล้ว ปรับให้เป็นปรึกษา ไม่ต้องลงมาเป็นกรรมการ ส่วนหนึ่งให้เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษา เพื่อให้เด็กยุคใหม่ทำงานได้อย่างสะดวก  จึงดึงกลุ่ม YEC สงขลาเข้ามาเป็นกรรมการ และคนรุ่นใหม่อีกหลายคนเข้ามาช่วยในการจะขับเคลื่อน ตรงนี้ต้องอาศัยคนใหม่มองไปสู่การสมาร์ทต่าง ๆ โดยเมื่อจบวาระการทำงานของตน คนใหม่เข้ามาก็สามารถเลือกคนที่เหมาะสมเข้าทำงาน ไม่ต้องเกรงใจว่าเป็นคนของนายธนวัตน์ ไม่เช่นนั้นเมืองจะไม่มีการพัฒนา

สำหรับการหารือกับภาคเอกชนและองค์กรต่าง ๆ ได้มีการเชิญ นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา นายนิพัฒน์ อุดมอักษร นายกสมาคมเอสเอ็มอี จังหวัดสงขลา และนายเดชอิศม์ ขาวทอง หารือร่วมกันทั้ง 3 ท่าน เพื่อที่จะมาช่วยขับเคลื่อนงาน

“ผมในฐานะประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ขอความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน เป็นเรื่องสำคัญที่สุด วิธีการคิดและการทำงานผมไม่สามารถทำงานด้วยตัวเองเพียงลำพัง อยากจะขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรม สมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวและกีฬา พาณิชย์จังหวัดสงขลา โดยผมจะนำทีมไปหา หากต้องการความร่วมมือเราต้องเดินไปหาเขา ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่เชื่อมั่นและไม่เคารพ” นายธนวัฒน์ย้ำทิ้้งท้าย 

จุดเปลี่ยน‘สงขลา’ ทวงคืน  ‘ศูนย์กลางเศรษฐกิจใต้”

หน้า 17 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,672 วันที่ 22 - 24 เมษายน พ.ศ. 2564

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง