thansettakij
thansettakij
IAA แนะเลี่ยงหุ้นวิ่งขึ้นมากว่า 1,000%

IAA แนะเลี่ยงหุ้นวิ่งขึ้นมากว่า 1,000%

06 ม.ค. 64 | 10:03 น.

IAA คาดดัชนีหุ้นไทยปิดสิ้นปี 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 1,559 จุด เตือนนักลงทุนหลีกเลี่ยงหุ้นบางรายที่วิ่งขึ้นมากว่า 1,000%

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนต่อมุมมองในด้านการลงทุนและคาดการณ์ทิศทางดัชนีหุ้นไทย ปี2564 คาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยอยู่ที่ 3.74% ด้านราคาน้ำมันอยู่ที่ 49.70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 1 มีแนวโน้มไปในทิศทางบวก และมองยาวไปจนถึงสิ้นปี2564 ปัจจัยที่มีผลบวกต่อดัชนีราคาหุ้นไทยในปี 2564 ได้แก่ มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของประเทศสำคัญทั่วโลก, กระแสเงินทุนจากต่างประเทศสู่ตลาดทุนไทย และ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 

 

ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่จะส่งผลในด้านลบต่อตลาดทุนไทยในปี 2564  ได้แก่ แนวโน้มสถานการณ์ไวรัสโควิด-19, การเมืองในประเทศ และเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งนี้ ได้มีการเสนอให้ภาครัฐใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยกระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชน และกระตุ้นการบริโภคผ่านโครงการช้อปช่วยชาติ ฯลฯ อีกทั้งเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเพื่อกระตุ้นการจ้างงาน และช่วยเหลือภาคธุรกิจ เช่น มาตรการช่วยเหลือ SME ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้หรือการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 

ขณะที่ การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดการณ์คงที่ที่0.50% ส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เฉลี่ยที่ 77.46 บาท 

 

สำหรับจุดสูงสุดของดัชนีหุ้นไทยระหว่างปี 2564 เฉลี่ยที่ระดับ 1,631 จุด คาดว่าดัชนีจะทำจุดสูงสุดที่1,501 – 1,600 จุด ส่วนจุดต่ำสุดของปี เฉลี่ยที่ 1,338 จุด และดัชนี ณ วันสิ้นปี 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 1,559 จุดซึ่งสูงกว่าระดับดัชนี ณ วันสิ้นปี 2563 อยู่ที่ 1,449 จุด ทั้งนี้ แนะนำจัดพอร์ตการลงทุน ให้มีเงินสด 12.17% ของพอร์ต และมีกองทุนตราสารหนี้ 16.30% ด้านการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงนั้น แนะนำให้แบ่งเงินลงทุนไว้ในหุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 28.43% ลงทุนในหุ้นต่างประเทศหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 28.39% ลงทุนในทองคำ 7.85% และกองทุนอสังหา/REIT 6.85%

สำหรับหุ้นแนะนำ คือ ADVANC  โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากปัจจัยบวกหุ้นในกลุ่มสื่อสาร คือ การประกาศขอความร่วมมือให้ทั้ง หน่วยงานราชการ และ บริษัทเอกชน เริ่มทำงานที่บ้าน (WFH) เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ของภาครัฐ, ให้ผลตอบแทนเงินปันผล ที่ประมาณ 4.11% และเม็ดเงินลงทุนต่างชาติมีโอกาสกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทย, BDMS ประเด็นสนับสนุน จากเป็นกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในไทย คาดกำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ปี 2563 ที่เป็นจุดต่ำ 

 

CPALL ปัจจัยสนับสนุน จากมาตรการภาครัฐยังมีต่อเนื่อง หนุนเม็ดเงินและกำลังซื้อของลูกค้า คาดได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม, KBANK โดยมองว่าปัจจัยหนุน จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสูง มีการบริหารจัดการและควบคุมความเสี่ยงที่ดี และเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ และ PTTGC คาดว่าได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังมีวัคซีน และมีความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต สำหรับหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรมและสายการบิน นอกจากนั้น ยังให้หลีกเลี่ยงหุ้นบางรายที่วิ่งขึ้นมากว่า 1,000% เนื่องจากราคาเกินมูลค่าปัจจัยพื้นฐานไปมาก