เปิดบทสรุปมาตรการ "ชิมช้อปใช้"ช่วยดันศก.ไทยขยายตัว

11 พ.ย. 2563 เวลา 10:02 น.592

เปิดผลการดำเนินงาน "ชิมช้อปใช้" พบมียอดใช้จ่ายผ่าน g-Wallet รวม 2.8 หมื่นล้านบาท ช่วยดัน GDP ขยายตัว อีกทั้งยังทำให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมไร้เงินสด

หลังจากมาตรการ "ชิมช้อปใช้"ได้เริ่มดำเนินการระหว่างวันที่ 27 กันยายน 2562 - 31 มกราคม 2563 โดยมาตรการดังกล่าวได้ให้สิทธิประโยชน์แก่ประชาชนสัญชาติไทยที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันลงทะเบียน และมีบัตรประจำตัวประชาชน รวมจำนวนไม่เกิน 15 ล้านคน และผู้ลงทะเบียนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่ายผ่าน g-Wallet แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กับผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ และติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” 


โดยมาตรการดังกล่าวมีผู้ได้รับสิทธิจำนวน 14,354,159 คน มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 11,802,073 คน และมีร้านค้าที่มีผู้ไปใช้สิทธิจำนวน 103,053 ร้าน มียอดใช้จ่ายผ่าน g-Wallet รวม 28,819.9 ล้านบาท แบ่งเป็น การใช้จ่ายผ่าน g-Wallet ช่องที่ 1 (เงินสนับสนุนจากภาครัฐ 1,000 บาท) จำนวน 11,671.8 ล้านบาท และการใช้จ่ายผ่าน g-Wallet ช่องที่ 2 (ประชาชนเติมเงินเพื่อใช้จ่ายและได้รับเงินชดเชยจากภาครัฐร้อยละ 15 หรือ 20 ของยอดใช้จ่ายจริง) จำนวน 17,148.1 ล้านบาท 


ขณะที่ผลการประเมินความคุ้มค่าของมาตรการ ชิมช้อปใช้ พบว่า มีการใช้สิทธิทั่วภูมิภาคและทุกจังหวัด โดยมาตรการชิมช้อปใช้มีผลบวกต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ผ่านตัวทวีคูณ (Multiplier) 3.3 เท่า ซึ่งประเมินว่าได้ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 0.1 - 0.3 และมีผลบวกต่อเศรษฐกิจรายจังหวัดซึ่งสะท้อนได้จากการบริโภค การท่องเที่ยว และผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product: GPP) ในช่วงของการดำเนินมาตรการ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟื้น "ชิมช้อปใช้" 15 ล้านคนรอรับสิทธิ์​

ลงทะเบียนคนละครึ่ง รอลุ้นอีก 14 วัน ได้สิทธิแล้วไม่ใช้

 

"คนละครึ่ง" เคล็ดลับใช้ แอป "เป๋าตัง" เปิด G-Wallet แก้ปัญหายืนยันตัวตน

"คนละครึ่ง" รอบ 2 สรุปครบทุกขั้นตอนลงทะเบียน เช็กที่นี่ ที่เดียวจบ

ลงทะเบียนคนละครึ่งรอบ2 สิทธิรับคนละครึ่ง3000 เต็มแล้ว

นอกจากนี้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รายงาน GDP ไตรมาส 4 ปี 2562 ไว้อย่างชัดเจนว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการขยายตัวสาขาการขายส่งขายปลีก โรงแรมที่พักและร้านอาหารในด้านอุปทานเป็นผลมาจากมาตรการชิมช้อปใช้ และยอดการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการมีมาตรการชิมช้อปใช้ ส่งผลให้มูลค่าการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ 


ขณะเดียวกัน ยังส่งผลให้เกิดประโยชน์ทางอ้อม คือ ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) สร้างทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) แก่ประชาชน สร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อใช้วิเคราะห์เชิงลึก และเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาช่วยในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ


ในการสำรวจข้อมูลความพึงพอใจต่อมาตรการชิมช้อปใช้ ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ ระหว่างวันที่ 31 มกราคม - 17 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ตอบแบบสอบถามแบ่งเป็นประชาชนจำนวน 76,382 คน และผู้ประกอบการหรือร้านค้า “ถุงเงิน” จำนวน 458 ร้านค้า
 

สรุปได้ว่า ประชาชนมีความพึงพอใจ 3 ลำดับแรก ได้แก่ เงินสนับสนุน 1,000 บาท ร้อยละ 74.6 ความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ร้อยละ 74.2 และความสะดวกในการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ร้อยละ 73.9 ส่วนผู้ประกอบการ/ร้านค้า “ถุงเงิน” มีความพึงพอใจ 3 ลำดับแรก ได้แก่ ความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้อยละ 86.6 ความสะดวกในการรับเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้อยละ 84.9 และขั้นตอนและรูปแบบการลงทะเบียน ร้อยละ 70.5

แท็กที่เกี่ยวข้อง