‘บลูแอร์’  ปรับแผนสู้ไวรัส  ดันเครื่องฟอก 200 ล.

19 มิ.ย. 2563 เวลา 11:30 น.345

วิกฤติโควิด-19 กระทบตลาดเครื่องฟอกอากาศชะงัก “บลูแอร์” ปรับแผนโหมออนไลน์ ขยายสาขา ส่ง 2 ซีรีส์ใหม่เสริมทัพเจาะกลุ่มพรีเมียม หวังปั้นยอดขาย 200 ล้านบาทในสิ้นปี

นายบุญฤทธิ์ ฉันสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แสงชัย แอร์ควอลิตี้ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศแบรนด์บลูแอร์ (Blueair) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ต้องยอมรับว่า สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19 ส่งผลกระทบต่อยอดในหลายอุตสาหกรรมโดยรวมเป็นอย่างมาก โดยในส่วนของบริษัทเองได้รับผลกระทบมาจากช่องทางขายหลัก ทั้งห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดต่างๆ ที่มีอยู่ 70% หยุดชะงักไปทำให้ต้องมาโฟกัสการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น และแม้ ในช่องทางออนไลน์ จะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 100% แต่ก็ยังถือว่ามาจากฐานที่เล็กเพียง 10% จากสัดส่วนยอดขายทั้งหมดเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถครอบคลุมสัดส่วนยอดขายที่หายไปได้

บุญฤทธิ์ ฉันสุวรรณ

ดังนั้นแผนงานของบริษัทนับจากนี้จะหันมาให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุก เพื่อกระตุ้นยอดขายมากขึ้น โดยปีนี้บริษัทมีแผนขยายเพิ่มจุดจำหน่าย จากปัจจุบันที่มีอยู่ 30 สาขา เป็น 35 สาขาในสิ้นปี รองรับความต้องการที่มีมากขึ้น เบื้องต้นขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา กับห้างสรรพสินค้าและดีลเลอร์ต่างๆ ในการขยายสาขาเพิ่มเติม

“แม้ตลอดช่วง 2เดือนที่มีมาตรการล็อกดาวน์ แต่ในส่วนของบริษัทเองก็ยังได้รับอานิสงส์จากช่วง 3 เดือนเเรก (ม.ค.-มี.ค.)ในช่วงที่มีวิกฤติ PM 2.5 ที่ประชาชนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ และวิกฤติฝุ่น จนทำให้สามารถสร้างยอดขายได้ 50 ล้านบาท”

พร้อมกันนี้บริษัทยังมีแผนเปิดตัวเครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่อีก 2 ซีรี่ส์ ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะเน้นเจาะกลุ่มผู้เริ่มใช้งานเครื่องฟอกอากาศ ในระดับราคา 1 หมื่นบาทต้นๆ และในกลุ่มพรีเมี่ยม มีระดับราคาตั้งแต่ 3-6 หมื่นบาท โดดเด่นด้วยนวัตกรรม IOT ที่มีการเพิ่มฟีเจอร์วัดมลพิษและแก๊สพิษในอากาศ เข้าไปตอบโจทย์คนรักสุขภาพด้วย จากเดิมที่บริษัทมีการทำตลาดอยู่ 4 ซีรีส์ 14 รายการที่วางจำหน่ายอยู่ทั้งรุ่น Classic,  Pro , Sense+และBlueมีระดับราคา ตั้งแต่ 1-8 หมื่นบาท

อย่างไรก็ตามบริษัทวางเป้าหมายยอดขายที่จะมียอดขายในสิ้นปีนี้ 200 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำยอดขาย 150 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายที่มาจาก ทางโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้าต่างๆ 70% ช่องทางดีลเลอร์และขายตรง 20% ช่องทางออนไลน์ 10% โดยช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำรายได้ในส่วนของกลุ่มฟอกอากาศบลูแอร์ ไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งหากสถานการณ์ต่อจากนี้ ไม่มีปัจจัยลบเข้ามาเกี่ยวข้อง การระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 เริ่มคลี่คลายบริษัทมั่นใจว่า จะสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้

ขณะที่แนวโน้มการแข่งขันในตลาดเครื่องกรองอากาศเมืองไทย ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่องจากผู้ดูแลสุขภาพที่มาแรงบวกกับสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิค 19 ที่ทำให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยประเมินว่าแม้ปีนี้ภาพรวมตลาดเครื่องฟอกอากาศจะได้รับปัจจัยลบเข้ามาจำนวนมากแต่คาดการณ์ว่าน่าจะเติบโตได้ใกล้เคียงตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่มีการเติบโตอยู่ที่ 20-30% 

 

หน้า 21-22 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 40 ฉบับที่ 3,584 วันที่ 18 - 20 มิถุนายน พ.ศ. 2563

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง