
ดีเดย์14 ธ.ค.คืนแวตคนจน
กรมบัญชีกลาง เตรียมดึงห้างสรรพสินค้า ร้านธงฟ้านับพันราย เข้าร่วมชดเชยภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เตรียมใช้ระบบสแกนใบหน้า รองรับการใช้บัตรผ่าน Application “ถุงเงินประชารัฐ” ชาวบ้านการใช้เงินผ่านบัตรสวัสดิการ 42,440 ล้านบาท เพิ่มกำลังซื้อในชุมชน
[caption id="attachment_328850" align="aligncenter" width="310"]
นางญาณี แสงศรีจันทร์ รองอธิบดี กรมบัญชีกลางเปิดเผยถึงความคืบหน้าการเชื่อมต่อระบบ POS (Point of sale) เพื่อใช้ในการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต)ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน) ว่า อยู่ระหว่างรับสมัครร้านค้าธงฟ้าประชารัฐกลุ่มเป้าหมาย 3,000 ร้านค้า ที่ประสงค์ขอติดตั้งอุปกรณ์เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (POS) ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม โดยมีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่สมัครเข้ามาแล้ว 120 ร้านค้า โดยข้อมูลการใช้จ่ายของผู้มีสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 - 30 เมษายน 2562 จะนำมาประมวลผล เพื่อชดเชยภาษีมูลค่าเพิ่มให้ โดยเริ่มจ่ายเงินชดเชยตั้งแต่ วันที่ 14 ธันวาคม 2561 โดยผู้มีสิทธิสามารถใช้บัตรกับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าเอกชนรวมประมาณ 3 แสนร้านค้าที่เชื่อมต่อระบบแล้ว โดยจะจ่ายเงินชดเชยให้ต่อไป
นอกจากนั้น ยังเตรียมเปิดให้ห้างสรรพสินค้า เช่น บิ๊กซี โลตัส แม็คโคร ร่วมโครงการชดเชยเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเอกชนผู้ร่วมโครงการต้องมีเครื่อง คิดเงินชำระสินค้า (POS) แบบแยกใบเสร็จภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องรูดเงิน EDC เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมบัญชีกลาง ขณะนี้มีร้านธงฟ้าประชารัฐพร้อมเข้าร่วมนับพันราย โดยเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ คงไว้เป็นเงินภาษี 1% ส่งคืนกลับไปให้ใช้จ่าย 5% และเพื่อสำหรับการออมอีก 1% และในอนาคตมีแผนขยายการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วย
และภายในเดือนตุลาคมนี้ จะเริ่มใช้การสแกนใบหน้า Application face scan เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ชำระเงินแทนรูปแบบเดิม ที่ต้องกดรหัสเลข 6 หลัก ในการซื้อสินค้า เพราะชาวบ้านไม่ต้องการให้ร้านค้ากดรหัสให้ และบางรายอาจลืมรหัส หรือกดไม่ถูกต้อง จึงหันมาใช้การให้ร้านค้านำมือถือสมาร์ทโฟนถ่ายใบหน้าผู้ถือบัตร ยืนยันเมื่อใช้ผ่านแอ็พ เพื่อให้คนซื้อมีใบหน้าตรงกับผู้ถือบัตร ใช้เป็นทางเลือกเพิ่มเติมอีกช่องทางหนึ่ง หลังจากมีร้านค้ารับชำระเงินผ่าน Moblie Application “ถุงเงินประชารัฐ” ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งมีร้านค้าที่โหลด “ถุงเงินประชารัฐ” แล้ว 7,837 ร้านค้า เป็นเงิน 140 ล้านบาท
สำหรับโครงการประชารัฐสวัสดิการแห่งรัฐ 11.47 ล้านราย ได้วางเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ทั่วประเทศ 35,359 เครื่อง ยอดการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560-27 กันยายน 2561 รวมทั้งสิ้น 42,440 ล้านบาท แบ่งเป็น ร้านธงฟ้าประชารัฐ 41,318 ล้านบาท ร้านก๊าซหุงต้ม 59.5 ล้านบาท รถ บขส. 111.7 ล้านบาท รถไฟ 217.6 ล้านบาท รถไฟฟ้า ซึ่งเริ่ม วันที่ 20 กรกฎาคม 8.7 ล้านบาท และเงินมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้โอนเข้ากระเป๋าเงิน e-Money จำนวน 724.6 ล้านบาท และยังมีเงินสงเคราะห์ของกองทุนผู้สูงอายุ สำหรับภาษีสรรพสามิตและสุรายาสูบ
โดยโอนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้กับผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการฯ จำนวน 50 และ 100 บาท เพื่อเพิ่มทางเลือกและเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ถือบัตร นำเงินไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการ
“ส่วนการจัดตั้งกองทุนประชารัฐ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อใช้จ่ายเป็นสวัสดิการ ให้บริการทางสังคมนั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ได้พิจารณารับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. ... แล้ว”
หน้า 23-24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,403 วันที่ 23 - 26 กันยายน พ.ศ. 2561






