thansettakij
thansettakij
“ไทยช่วยไทยพลัส” ปั๊มยอดขายร้านค้า รัฐอุ้มคนจนไร้สมาร์ทโฟน

“ไทยช่วยไทยพลัส” ปั๊มยอดขายร้านค้า รัฐอุ้มคนจนไร้สมาร์ทโฟน

03 มิ.ย. 69 | 07:06 น.
อัปเดตล่าสุด :03 มิ.ย. 69 | 07:19 น.

“ไทยช่วยไทยพลัส”ปั๊มยอดขายร้านค้า รัฐอุ้มคนจนไร้สมาร์ทโฟน : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...กาแฟขม หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4,206

KEY

POINTS

  • โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นมาตรการรัฐร่วมจ่าย 60% ประชาชน 40% เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นยอดขายร้านค้า
  • เพิ่มฟีเจอร์ “นกกระซิบ” ในแอปฯ เป๋าตัง เพื่อช่วยร้านค้าวิเคราะห์ข้อมูลการขาย จัดการบัญชี และใช้เป็นข้อมูลประกอบการขอสินเชื่อ
  • ช่วยเหลือกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน โดยให้กระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ที่ตำบลหรืออำเภอ

*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,206 ระหว่างวันที่ 4-6 มิ.ย. 2569 โดย...กาแฟขม รัฐบาลนายกฯหนู อนุทิน ชาญวีรกูล ภายใต้การอำนวยการใหญ่ของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯควบรมว.คลัง คิกออฟโครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐช่วย 60 ประชาชนจ่าย 40 มาแล้ว เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ประเดิมวันแรกคึกคักยิ่ง ยอดใช้จ่ายรวมก่อนจบเที่ยงคืนวันที่ 1 พุ่งขึ้นไปที่ 2,039 ล้านบาท รัฐจ่ายให้ 1,184 ล้านบาท ประชาชนจ่ายด้วย 855 ล้านบาท ประชาชนใช้จ่ายถึงกว่า 8.7 ล้านคน ร้านค้าที่ลงทะเบียนโครงการรับเงิน 1,050,000 ร้านค้าทั่วประเทศ

*** รองฯเอกนิติ ยํ้าว่า ไม่ใช่โครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นการช่วยค่าครองชีพประชาชนในยามลำบากจากต้นทุนชีวิตเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากราคานํ้ามันที่พุ่งสูงขึ้น จากสงครามในตะวันออกกลาง ที่เป็นต้นทุนแฝงอยู่ในสินค้า เมื่อนํ้ามันขึ้นดันต้นทุนสินค้า ราคาจึงเพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จากตัวเลขเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นไป ฉะนั้น รัฐจึงต้องดันโครงการไทยช่วยไทยพลัส ออกมาบรรเทาเบาบางภาระให้ประชาชนและต้องการให้เกิดผู้ซื้อง่าย ผู้ขายสะดวกผ่านแอปเป๋าตัง 

*** ว่าที่แอปเป๋าตัง ธนาคารกรุงไทย ที่ทำโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 คราวนี้ มี “นกกระซิบ” มาให้ด้วย สำหรับร้านค้า เป็นแชทบอทที่ร้านค้าพิมพ์สอบถามข้อสงสัยได้ทั้งหมด ทั้งการชำระเงิน รับเงินจากโครงการ ดูยอดขาย จัดการบัญชี เช็กราคาวัตถุดิบล่วงหน้าและยังวิเคราะห์ให้ด้วยสินค้าอะไรขายดี ช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้าร้านเยอะ ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน แนวโน้มรายได้ของร้าน “นกกระซิบ” จะสรุปยอดขายให้ทุกวัน และสามารถนำข้อมูลบัญชีไปขอสินเชื่อที่ธนาคารได้ โดยเฉพาะธนาคารของรัฐ เพื่อช่วยลดปัญหาการไปกู้นอกระบบดอกเบี้ยสูงๆ และยังให้พ่อค้าแม่ค้าได้วิเคราะห์ และเข้าใจต้นทุนของสินค้าที่ซื้อมา ช่วยวางแผนในการค้าขายและต่อยอดขึ้นไปได้ พ่อค้า แม่ค้า ที่ยังไม่ได้ยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมหรือสมัครเข้าร่วมใหม่ ลองพิจารณา ยังมีเวลาที่รัฐเปิดให้ถึง 31 ก.ค.2569

*** ไทยช่วยไทยพลัส เป้าหมายช่วยค่าครองชีพประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีกว่า 13.2 ล้านคน เพิ่มเงินเข้าไปเป็น 1,000 บาท จาก 300 บาท ช่วยในการใช้จ่ายซื้อสินค้าได้เพิ่มขึ้น และที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 ได้เห็นชอบให้ กระทรวงการคลังดำเนินโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ คาดว่ายอดน่าจะพุ่งขึ้นไปแตะ 14 ล้านคน กำหนดรายละเอียดและหลักเกณฑ์ต่างๆ คัดกรองผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการใหม่ใกล้เคียงเดิม รายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี พิจารณารายได้และคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เป็นหลัก ตรวจสอบข้อมูลเข้มงวดมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นมากขึ้น

*** นายกฯหนูสั่งเข้มเลยให้กระทรวงมหาดไทย เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าเกณฑ์สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างทั่วถึง โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนภายในประมาณ 1 เดือนหลังจากนี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสิทธิ์ อันนี้อาจจะช่วยตอบโจทย์กลุ่มผู้ที่ต้องการร่วมโครงการแต่ไม่มีสมาร์ทโฟน น่าจะบุกไปที่ตำบล หรือ อำเภอ แล้วก็แจ้งเข้าโครงการในส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เขาจะเปิดใหม่ 

แต่ถ้าไม่มีสมาร์ทโฟน และไม่เข้าข่ายรายได้น้อยที่จะถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อันนี้จะยากหน่อย แต่คงไม่เกินความสามารถของกระทรวงมหาดไทย ผู้ถือทะเบียนบุคคลไว้กับตัวในการตอบโจทย์นี้ กระทรวงมหาดไทยรู้ทุกตัวบุคคลในประเทศนี้ กระจ่างดั่งนิ้วในฝ่ามือ ขึ้นอยู่กับจะใช้ความกระจ่างแบบไหนเท่านั้น

                                            “ไทยช่วยไทยพลัส” ปั๊มยอดขายร้านค้า รัฐอุ้มคนจนไร้สมาร์ทโฟน

*** ปิดท้ายกันที่...หนังสือดีดีที่น่าหาอ่าน นั่นคือหนังสือ “พิชิตความสำเร็จ สไตล์ ดร.อดิศัย โพธารามิก” ซึ่งแจกเป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ ดร.อดิศัย โพธารามิก ณ วัดพุทธพรหมยาน จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา หนังสือเล่นนี้ ดร.อดิศัย เป็นผู้เขียนขึ้นมาเอง โดยเล่าเรื่องราวสมัยทำงานอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยการทำงานที่มียุทธวิธี ยุทธศาสตร์ เป็นเทคนิคในการแก้ไขปัญหาที่ไม่ค่อยเหมือนกันสักเรื่อง หนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่หนังสือที่นําเสนอประวัติส่วนตัว แต่เป็นเรื่องการทํางานในด้านต่างๆ ที่ทํา จนประสบผลสําเร็จและเห็นผลเป็นรูปธรรม ...ดร.อดิศัย บอกว่าอยากให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออ้างอิงสําหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไปที่สนใจ แม้บางคนจะไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ หรือการเมืองเลยก็ตาม เพราะถ่ายทอดด้วยภาษาง่ายๆ อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย ไม่สลับซับซ้อนและเชิงวิชาการจนเกินไปนัก...